วันอังคารที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2552

ไข่ตุ๋นปูอัด


ไข่ตุ๋นปูอัด
เครื่องปรุง
1. ไข่ไก่(เบอร์ 1) 3 ฟอง
2. น้ำเปล่า
3. ปูอัด 3-4 แท่ง(หั่นแทยง)
4. แครอทหั่นลูกเต๋าเล็ก 2 ช้อนโต๊ะ หั่นแท่งเล็กน้อย
5. ต้นหอมซอย เล็กน้อย
6. ซิอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ
7. ซอสปรุงรส 2 ช้อนชา
8. น้ำปลา 1/2 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
1. ใส่น้ำในลังถึง จากนั้นนำลังถึงตั้งไฟ ระหว่างรอน้ำเดือด ตอกไข่ใส่ชาม ใช้ซ่อมตีไข่ให้ไข่แดงและไข่ขาวเข้ากัน ปรุงรสด้วย ซิอิ๊วขาว ซอสปรุงรส และน้ำปลา จากนั้นค่อยๆ เติมน้ำเปล่าลงไป คนให้เข้ากัน ใส่ปูอัดและแครอท ที่หั่นเตรียมไว้ส่วนหนึ่งลงในชาม แบ่งไว้ส่วนหนึ่ง เอาไว้แต่งหน้า จากภาพจะเห็นแครอทลอยอยู่บนไข่ ส่วนปูอัดจะจมอยู่ด้านล่างค่ะ
2. พอน้ำเดือด นำชามไข่ที่เตรียมไว้ ใส่ในลังถึงปิดฝา ใช้ไฟปานกลาง นึ่งประมาณ 20 นาที เมื่อไข่สุกจะได้ไข่ตุ๋นหน้าตาประมาณในภาพ ถึงขั้นตอนนี้อาจจะยังไม่ต้องให้ไข่สุก ทั้ง 100 % ก็ได้ค่ะ เพราะเดี๋ยวต้องแต่งหน้าแล้วนึ่งต่ออีก เอาเป็นว่าให้เกือบสุกก็แล้วกัน
เวลาที่ใช้ในการนึ่งจะไม่แน่นอน ขึ้นอยู่กับไข่ว่าเป็นไข่ที่ออกจากตู้เย็นหรือเปล่า และไฟที่ใช้บางทีอาจจะไม่เท่ากัน แต่ที่สำคัญ เวลาใส่ชามไข่ในลังถึง ต้องรอให้น้ำเดือดก่อนค่ะ
3. แต่งหน้าไข่ตุ๋นด้วย ปูอัด โรยแครอทแบบแท่ง ต้นหอมหั่นฝอย จากนั้นปิดฝาลังถึง นึ่งต่อประมาณ 2-3 นาที ให้ปูอัดและผักสุก ยกเสิร์พ ทานร้อนๆ อร่อยมากขอบอก
วิธีทดสอบว่าไข่สุกแล้วหรือยัง ให้ใช้ช้อนหรือซ่อมแทงลงไปที่เนื้อไข่ จิ้มลงไปเบาๆ ก็พอนะคะ ไม่ใช่กวนไข่ ถ้าไข่สุกเนื้อไข่จะเกาะกันดี หากเป็นน้ำสีไข่ดิบไหลขึ้นมา ก็แสดงว่าอาจจะยังสุกไม่ทั่วดี ปิดฝานึ่งต่ออีกหน่อยค่ะ

ยำค็อกเทล



ยำค็อกเทล
สิ่งที่ต้องเตรียม
ฟรุตค็อกเทลในน้ำเชื่อม 1 กระป๋อง
เนื้อหมูต้มหั่นเต๋า 100 กรัม
หัวปลีซอย 100 กรัม
หอมแดงเจียว 2 ช้อนโต๊ะ
มะพร้าวคั่วกรอบ 2 ช้อนโต๊ะ
น้ำพริกเผา 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำมะนาว 3 ช้อนโต๊ะ
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
พริกขี้หนูแห้งทอดกรอบ
และถั่วลิสงคั่วสำหรับโรยหน้า
หัวปลี และผักสดสำหรับแต่ง

วิธีทำ

- เคล้าผสมฟรุตค็อกเทลในน้ำเชื่อมกับส่วนผสม และเครื่องปรุงทั้งหมด เข้าด้วยกัน
- จัดลงจานสำหรับเสิร์ฟ แต่งด้วยหัวปลี และผักสด โรยหน้าด้วยพริกขี้หนูแห้งทอดกรอบ และถั่วลิสงคั่ว ก่อนรับประทาน

กุ้งนางเข้าหอ

.กุ้งนางเข้าหอ

สิ่งที่ต้องเตรียม
เนื้อกุ้งแม่น้ำหั่นเป็นชิ้น 500 กรัม
น้ำพริกแกงเผ็ด 100 กรัม
น้ำปลา 1 ช้อนโต๊ะ
น้ำตาลปี๊บ 4 ช้อนโต๊ะ
นมข้นจืด 3 ช้อนโต๊ะ
ไข่ไก่ตีพอแตก 4 ฟอง
น้ำมันเมล็ดดอกทานตะวัน
สำหรับผัดและทอด
ใบมะกรูดซอย พริกชี้ฟ้าซอย
สำหรับโรยหน้า
ผักสดสำหรับแต่ง
วิธีทำ
- ทากระทะด้วยน้ำมันเมล็ดดอกทานตะวันให้ทั่ว ใช้ไฟอ่อน ตักไข่ไก่ใส่กรวยแล้ว ส่ายสลับไปมาให้มีลักษณะเป็นตารางจนสุก จึงตักขึ้น
- ผัดเนื้อกุ้งกับน้ำมันเมล็ดดอกทานตะวันจนสุกเหลือง ใส่น้ำพริกแกงเผ็ดลงผัดจนหอม ปรุงรสด้วยน้ำปลาและน้ำตาลปี๊บ ผัดให้เข้ากัน
- ใส่นมข้นจืด โรยหน้าด้วยใบมะกรูด และพริกชี้ฟ้าซอย จึงยกลง ตักส่วนผสมน้ำพริกกุ้งที่ผัดเตรียมไว้ ลงบนแผ่นไข่ แล้วห่อให้มิดไส้ จัดลงจานเสิร์ฟ แต่งให้สวยด้วยหัวกุ้งและหางกุ้งก่อนรับประทาน

ตีนกา (wrinkle)


ตีนกา (wrinkle)
เมื่ออายุมากขึ้นนอกจากประสบการณ์ ความรู้ ความรับผิดชอบและโรคจะมากขึ้นแล้ว ก็จะมี ตีนกาโผล่ขึ้นมาซึ่งสร้างความกังวลให้กับคุณผู้หญิง มีคำกล่าวว่าก่อนอายุ 40 ปีหน้าตาจะเหมือนแม่ แต่หลังอายุ 40 ปีหน้าตาจะบ่งบอกวิถีทางการดำรงชีวิต หากการดำเนินชีวิตดี สุขภาพ หน้าตาก็จะดี หากดำเนินชีวิตไม่ดีก็จะมีโรคหรือปัญหาตามมา ผิวหนังเราก็เหมือนอวัยวะอื่นเมื่อมีอายุมากขึ้นก็จะเกิดการเสื่อมโดยเฉพาะผิวหนังส่วนที่ต้องเจอแสงแดดมาก ผิวหนังของเราจะมี collagen elastin รวมทั้งไขมัน เมื่ออายุมากขึ้นไขมันและ collagen ลดลง หากร่างกายถูกแสงแดดมากก็จะมีการทำลายทั้ง collagen elastin ทำให้ผิวหนังสูญเสียความยืดหยุ่น กล้ามเนื้อใบหน้าก็จะอ่อนแรง น้ำในเซลล์ก็จะลดลงทำให้เกิดรอยย่นบนใบหน้าที่เรียกว่า "ตีนกา" หรือ "wrinkle" ซึ่งมีสองชนิดคือ ชนิดที่เป็นรอยย่นเล็กน้อย และชนิดที่เป็นรอยลึก ชนิดที่เป็นรอยตื้นจะตอบสนองดีต่อการรักษา ตีนกาจะพบมากบริเวณที่ถูกแสงมากเช่น หน้า คอ หลังมือ แขน
ปัจจัยที่ทำให้เกิดรอยย่น
• อายุ เมื่ออายุมากเซลล์จะแบ่งตัวน้อยลง จำนวนเซลล์ในชั้นหนังแท้ลดลง เซลล์ไขมันและเซลล์ที่สร้าง elastin collagen ลดลง
• ผู้ที่สูบบุหรี่จะเป็นตีนกาได้ง่าย
• ผู้ที่มีผิวขาวตาสีฟ้า
• กรรมพันธุ์
• ทรงผมผู้ที่มีทรงผมเปิดรับแดดจะเกิดรอยย่นที่หน้าได้ง่าย
• การแต่งตัว หากใส่เสื้อผ้ารับแสงก็เป็นได้ง่าย
• ผู้ที่ต้องทำงานกลางแสงแดด
ปัจจัยที่ป้องกันได้ คือ การทาครีมกันแสงหรือการหลีกเลี่ยงแสงแดดและการงดการสูบบุหรี่
การรักษา
การใช้ยาทา

• Vitamin A Acid เป็นยาทาที่นิยมใช้มากที่สุดและได้ผลดีที่สุดโดยเฉพาะผิวหนังที่เริ่มแสดงถึงความชรา เช่น ผิวตกกระ ผิวย่น เริ่มแรกจะมีการระคายผิวหลังจากนั้นจะเริ่มดีขึ้น
• Alpha-hydroxy acids หรือที่เรียกว่า AHA เป็นกรดอ่อนที่ได้จากผลไม้ยาทาชนิดนี้ค่อยข้างจะปลอดภัย
• Antioxidants เป็นครีมที่มีส่วนผสมของสารต้านอนุมูลอิสระเช่นวิตามิน เอ อี ซี ยาทานี้มีผลป้องกันมากกว่าการรักษา
• Ordinary moisturizers เป็นครีมที่ให้ความชุ่มชื้นแกผิวหนังทำให้รอยย่นไม่เด่นชัด
• การฉีดสารเข้าใต้ผิวหนัง เช่น botox collagen fat
การใช้การเสริมสวย
• การลอกหน้าหรือการทำ baby face โดยใช้สาร Gycolic acid peels ใช้ลอกหน้ากรณีที่เป็นรอยย่นชนิดตื้นๆ
• การลอกหน้ารอยย่นชนิดลึกโดยใช้ salicylic acid และ trichloroacetic acid ใช้ได้ดีกับรอยย่นชนิดตื้น หากใช้กับรอยย่นยิ่งลึกก็ยิ่งเกิดโรคแทรกซ้อนมากขึ้น เมื่อลอกเซลล์เก่าไปก็เกิดเซลล์ใหม่ขึ้น เซลล์ที่เกิดใหม่จะไวต่อแสงมากดังนั้นต้องทาครีมกันแสง
• การขัดหน้า Dermabration โดยใช้เครื่องมือที่มีผิวหยาบเหมือนกระดาษทรายขัดหน้า จะต้องวางยาสลบให้กับผู้ป่วย ผลข้างเขียงอาจจะทำให้เกิดแผลเป็น
• การใช้ Laser ในการขัดผิวได้ผลดีเหมือนการขัดด้วยกระดาษทราย ไม่ต้องวางยาสลบเพียงฉีดหรือทายาชาร่วมกับยานอนหลับ
• การทำศัลยกรรมตกแต่ง เช่นการดึงหน้า เป็นต้น
• การฉีดสาร Botox เพื่อให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นอ่อนแรงรอยย่นจึงหายไป
• การฉีดสารสังเคราะห์เข้าไปบริเวณตีนกาได้แก่สาร collagen Artecol hyaluronic acid Restylaneเข้าบริเวณรอยย่น
การป้องกัน
• หลีกเลี่ยงแสงแดด
• การเลือกครีมกันแดด ห้ามใช้ในเด็กอายุน้อยกว่า 6 เดือน ในเด็กให้ใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 15 ผู้ใหญ่ที่ผิวขาวให้ใช้ SPF 20-30 บางท่านแนะนำให้ใช้ SPF 30 สำหรับใบหน้าและให้ใช้ครีม SPF 15 สำหรับตามตัวและควรทาก่อนออกแดด 15-30 นาทีและให้ทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง
• การดูแลผิวหนัง ให้ใช้สบู่อ่อนล้างหน้า ไม่ควรใช้สบู่ด่างและผสมน้ำหอม หลังจากล้างหน้าใช้ผ้านุ่มๆซับผิวหน้าและทาครีมให้ความชุ่มชื้นผิวหน้าใช้ชนิดที่ละลายน้ำ
• การดำเนินชีวิตตามภาวะสุขภาพดี เช่นการรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย

เคล็ดลับในการดูแลผิว ก่อนนอน


เคล็ดลับในการดูแลผิว ก่อนนอน
อาจเป็นสิ่งสุดท้ายที่คุณคิดจะทำก่อนเข้านอน หากแต่การเช็ดขจัดคราบเครื่องสำอางออกจากใบหน้าเป็นสิ่งจำเป็นในการดูแลรักษาผิวพรรณให้คงความงามเนิ่นนาน
การทำความสะอาดผิวและเช็ดคราบเครื่องสำอางให้หมดจดเป็นสิ่งสำคัญพื้นฐานของการมีผิวสวยใสสุขภาพดี อีกทั้งยังสำคัญต่อสุขภาพร่างกายแม้จะใช้เวลาค่อนข้างนาน แต่ก็สามารถผนวกเข้ากับกิจวัตรประจำวันของคุณได้อย่างไม่ยากเย็น เพื่อผลลัพธ์มหาศาลในแง่สุขภาพและความงาม
การเช็ดผิวด้วยผ้าหรือกระดาษชำระไม่เพียงแต่เป็นวิธีที่ไม่ถูกต้อง ยังสามารถทำให้รูขุมขนอุดดัน อักเสบจนกลายเป็นสิว แต่ควรเช็ดคราบเครื่องสำอางบริเวณรอบดวงตา เพราะมิฉะนั้นอาจนำไปสู่การติดเชื้อได้ และคุณจะได้นอนหลับฝันหวานไปพร้อมกับใบหน้าที่ใสสะอาด
เคล็ดลับในการดูแลผิวก่อนศีรษะถึงหมอนอย่างถูกวิธี
-รวบผมไว้ด้านหลังอย่าให้รกปกคลุมตามใบหน้า
-ผสมน้ำกับเคลนเซอร์ชนิดละลายน้ำให้เกิดฟองนุ่มนวล ลูบไล้ทั่วใบหน้าเพื่อชำระล้างคราบเมคอัพที่เกาะติดตามผิว หลีกเลี่ยงบริเวณบอบบาง เช่น รอบๆ ดวงตาที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ
-ถ้าใช้มาสคาร่าแบบกันน้ำ การใช้แผ่นสำลีอนามัยชุบโลชั่นเช็ดคราบเครื่องสำอางรอบดวงตาโดยเฉพาะ จะช่วยทำความสะอาดได้อย่างหมดจด
-เลือกเคลนเซอร์ที่เหมาะกับประเภทของผิวตัวเอง มีผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าอยู่มากมายในท้องตลาดที่ผลิตขึ้นมาสำหรับผิวแห้ง ผิวธรรมดา ผิวมัน ฯลฯ
-ถ้าในแต่ละวันลงเมคอัพค่อนข้างเยอะ เป็นต้นว่ารองพื้น อาจต้องการแผ่นสำลีหรือกระดาษเช็ดหน้าช่วยในการทำความสะอาด สำหรับผิวบอบบางระคายเคืองง่าย ควรหลีกเลี่ยงผ้าหรือกระดาษเช็ดหน้าเนื้อหยาบ อย่าลืมใช้ปลายนิ้วเกลี่ยเคลนเซอร์ให้ซึมซาบทั่วใบหน้าเสียก่อน แล้วค่อยใช้แผ่นสำลีหรือกระดาษเช็ดทำความสะอาด
-ล้างผิวด้วยน้ำอุ่นนิดๆ น้ำร้อนจัดหรือเย็นจัดจะทำให้ผิวอักเสบได้
-ล้างเคลนเซอร์ด้วยน้ำสะอาดให้เกลี้ยงเกลาหมดจด คราบเคลนเซอร์ที่ตกค้างบนผิวอาจทำให้ผิวระคายเคืองลุกลามได้
-ใช้ผ้าขนหนูเนื้อนุ่มซับน้ำที่ใบหน้าจนแห้ง ตามด้วยทามอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิวยามค่ำคืน แล้วทาทับด้วยครีมลดเลือนริ้วรอย
ปัญหาผิวต่างๆ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ยากเย็นเกินความพยายาม หากแต่ผลลัพธ์ที่ได้คุ้มค่ามหาศาลผิวของคุณจะไม่ได้รับการกระทบกระเทือนจนมีริ้วรอยจากการทำความสะอาด ควรดูแลผิวอย่างระมัดระวังเพื่อคงความอ่อนเยาว์ของผิวไว้ตราบนานเท่านาน ระลึกไว้เสมอว่า อย่าขัดผิวหรือสักแต่ว่ารีบล้างหน้าให้เสร็จๆ ไป ก่อนนอนหากแต่ควรล้างอย่างทะนุถนอมเบามือและหมดจด เพื่อผิวที่เปล่งปลั่งไร้ริ้วรอยในทุกๆ เข้า

การดูแลเล็บให้สวยงาม




การดูแลเล็บให้สวยงาม

มารู้จักอุปกรณ์พื้นฐานในการตกแต่งเล็บสวยๆ กันดีกว่า.....
1.ยาทาเล็บ จำไว้นะว่ายาทาเล็บที่ดีควรมีส่วนผสมหลักเป็นน้ำมันเพราะเวลาทาลงไปบนเล็บแล้วเนี่ยสีจะมันวาวและติดทนนาน
2.น้ำยาล้างเล็บ สาวๆ อย่างเราควรเลือกซื้อนำยาล้างเล็บที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์นะจ๊ะ เพราะจะช่วยรักษาความชุ่มชื่นให้กับผิวหนังและเล็บได้3.base coat ชื่อนี้อาจจะไม่คุ้นหูแต่มันคือยาทาเล็บที่ใช้ทารองพื้นก่อนการทาสีเล็บจริง แถมยังช่วยรักษาหน้าเล็บไม่ให้เสียอีกด้วยนะ
4.top coat ตัวนี้เขาใช้เคลือบเล็บหลังจากที่ยาทาเล็บแห้งแล้ว ช่วยให้เล็บมีประกายมันวาว รวมทั้งป้องกันรอยขีดข่วนจากการทำกิจกรรมต่างๆ
5.ที่ตะไบเล็บ ช่วยให้เราตกแต่งปลายเล็บให้สั้นลงและได้รูปตามที่ต้องการ
ขั้นตอนการดูแลเล็บ
1.ขั้นตอนแรกเราควรล้างมือและเล็บด้วยน้ำสบู่อุ้นๆ แล้วใช้แปรงขนนุ่มขัดตามซอกเบาๆจากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาดทาครีมหรือโลชั่นสำหรับบำรุงผิวมือและเล็บโดยเฉพาะ
2.การตัดเล็บมือที่ถูกต้องควรตัดให้มีความโค้งมน ไปตามนิ้วมือ ไม่ควรตัดสั้นจนชิดเนื้อ มากเกินไปและไม่ควรใช้วัสดุใดๆ แงะงัดขอบเล็บ จมูกเล็บ เพราะอาจเกิดบาดแผลและการอักเสบได้
3.เวลาที่เหมาะสมที่สุดในการตัดเล็บคือ หลังจากอาบน้ำหรือล้างจาน เพราะเล็บจะมีความอ่อนนุ่มทำให้ง่ายต่อการตัดแต่ง
4.การตะไบเล็บให้สวย ถ้าหากใช้ ตะไบเล็บ ที่ทำจากเหล็กควรตะไบไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ควรถูกลับไปกลับมา เพราะจะทำให้เล็บเป็นเสี้ยนคมหรือฉีก แต่ถ้าใช้ตะไบเล็บที่ทำจากเซรามิคสามารถตะไบสวนทางกันได้ นอกจากนี้การตะไปเล็บควรตะไบจากขอบเล็บเข้าหาปลายเล็บเสมอ
5.สีที่ใช้ในการทาเล็บ ควรเป็นสีทาเล็บที่มีคุณภาพและช่วยถนอมเล็บด้วย ควรหลีกเลี่ยงผลิต ภัณฑ์ทาเล็บชนิดแห้งเร็วที่มีส่วนผสมของอะโซติน เพราะจะดึงความชุ่มชืนไปจากเล็บของเราทำให้เล็บแห้งและลอกหลุดได้ง่าย
6.ก่อนทาเล็บทุกครั้ง ควรใช้ base coat ทาก่อนที่จะลงสี เพราะจะช่วยไม่ให้เล็บเสีย ความชุ่มชื่นและลดการสัมผัสกับสีทาเล็บโดยตรง ซึ่งอาจทำให้เล็บเหลืองได้ง่าย หลังจากนั้น เคลือบทับด้วย top coat ก็จะช่วยให้สีทาเล็บติดทานานยิ่งขึ้น
10 วิธีการดูแลมือ เท้า หลังจากที่ทำงานหนักมาตลอดทั้งวัน และเล็บ ที่ไม่ค่อยได้หายใจเมื่อคุณแต่งแต้มสีสันลงไป
เริ่มต้น เราต้องทำความสะอาดมือ เท้า และเล็บ เสียก่อน โดยการใช้แปรงขนนุ่ม กับสบู่อ่อน ๆ ถูเบา ๆ บริเวณมือ เท้า และเล็บ อย่าลืมที่จะถูใต้เล็บด้วยละ เพราะบริเวณดังกล่าวเป็นบริเวณที่มีเชื้อโรคเข้าไปสะสมอยุ่มากที่สุด หลังจากนั้นก็ล้างออกด้วยน้ำอุ่น
2. ควรตัดเล็บมือเป็นประจำ สัปดาห์ละครั้ง ส่วนเล็บเท้า 2-3 สัปดาห์ต่อครั้ง ไม่ควรตัดเล็บจนชิดบริเวณผิวหนังส่วนปลายนิ้วเกินไปเพราะนอกจากจะเสี่ยงต่อการเป็นแผลแล้วยังทำให้พื้นที่หน้าเล็บสั้นลงได้ และถ้าตัดชิดขอบลึกลงไปเรื่อยๆ จะดูเหมือนเล็บของคนที่ชอบกัดเล็บซึ่งไม่สวยงาม สำหรับเล็บเท้าควรตัดในแนวตรงเป็นทรงเหลี่ยม ไม่ควรตัดเล็บลงซอกข้างเล็บมากเกินไปเพราะอาจทำให้เกิดเล็บขบได้
3. รับประทานที่มีประโยชน์ตามหลักโภชนาการ เพราะเล็บก็เป็นส่วนหนึ่งของร่างกายที่ต้องการสารอาหารเพื่อการเจริญเติบโตเหมือนกัน ส่วนสารอาหารที่เล็บต้องการ เช่น โปรตีน วิตามินเอ ซี และอี รวมถึงแร่ธาตุสังกะสีที่มีอยู่ในอาหารทะเลและเมล็ดธัญพืช
4. นอกจากสารอาหารแล้ว การทาโลชั่นบำรุงผิวเป็นประจำทุกวัน ยังช่วยป้องกันผิวมือไม่ให้หยาบกระด้าง โดยเฉพาะหลังจากที่มือต้องสัมผัสกับสารเคมีต่าง ๆ เช่น ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน อีกวิธีหนึ่งที่เป็นการป้องกันก็คือ ในช่วงที่ต้องสัมผัสกับสารเคมีต่าง ๆ ก็ให้สวมถุงมือทุกครั้ง
5. นวดนิ้วมือและเท้าด้วยครีมบำรุงหรือน้ำมันบำรุงผิว ประมาณ 3-5 นาที เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตบริเวณมือและเท้า ควรนวดบริเวณปลายนิ้วและเล็บด้วยเพื่อกระตุ้นการทำงานของต่อมสร้างเล็บที่อยู่บริเวณโคนเล็บ ถ้าไม่สะดวกระหว่างวันสามารถทำได้ในช่วงก่อนเข้านอนแล้วสวมถุงมือผ้าและถุงเท้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการซึมซาบสู่ใต้ผิวของน้ำมันหรือครีมบำรุง หรือจะใช้สครับสำหรับนวดเท้า เพื่อการไหลเวียนโลหิตที่ดีขึ้น ซึงปัจจุบัน สครับสำหรับมือและเท้าก็หาซื้อได้ง่าย และสามารถทำได้เองที่บ้าน เสียเวลาไม่นาน แต่รับรองว่าสบายผิวแน่นอน
6. เนื่องจากธรรมชาติสร้างเล็บให้ออกมาในรูปแบบของแผ่นโปรตีนชนิดแข็ง และให้ทำหน้าที่ปกป้องปลายประสาทที่มีอยู่มากบริเวณปลายสุดของร่างกายไม่ให้ได้รับความกระทบกระเทือน อีกทั้งยังทำหน้าที่ช่วยในการหยิบจับ และแกะเกา ส่วนหน้าที่งัดแงะของแข็ง หรือว่าใช้เป็นไขควงในการหมุนนั่นหมุนนี่ ผิดวัตถุประสงคืนะคะ อาจจะทำให้เล็บฉีกได้"
7. สำหรับสาว ๆ ที่ชอบทาเล็บเป็นชีวิตจิตใจ เรียกว่าไม่ยอมให้เล็บได้หายใจเลยแล้วละก็ ฟังทางนี้ ควรทาน้ำยารองพื้นเล็บก่อนทาสี เพื่อป้องกันการเกิดสีที่ไม่พึงประสงค์หลังจากการทาเล็บได้ระยะหนึ่ง และควรทาน้ำยาเคลือบเงาเล็บเพื่อความวาวและติดทนนาน แต่ไม่ควรทาเล็บสีเข้มติดต่อกันนานๆ ควรสลับสีอ่อนบ้าง และควรหยุดพักการทาเล็บเมื่อเห็นว่าสภาพเล็บดูแห้งหรือเกิดสีผิดปกติ
8. ในการเลือกซื้อน้ำยาทาเล็บ ควรคำนึงถึงการเลือกสีให้เหมาะสม ทั้งกับสีผิว โอกาสที่ใช้ สีเสื้อผ้า เครื่องสำอางและบุคลิกของตัวเอง
9. ควรศึกษาอ่านฉลากของผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้ เช่น วันหมดอายุ หรือสังเกตสภาพของผลิตภัณฑ์ว่ายังมีคุณภาพดีหรือไม่ โดยทั่วไปอายุของเครื่องสำอางเล็บอยู่ที่ประมาณ 3 ปี หรือดูจากลักษณะการแยกตัวของสีหากหมดอายุแล้วไม่ควรใช้เด็ดขาด
10. ในส่วนของเท้าก็ต้องการการดูแลเช่นกัน การเลือกรองเท้าให้เหมาะกับรูปร่างเท้าของเราก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยรักษาเท้าให้มีสุขภาพดี ซึ่งในการเลือกซื้อรองเท้านั้น เราควรเลือกรองเท้าที่สวมใส่พอดี ไม่คับ หรือหลวมจนเกินไป เพราะการเสียดสีในขณะที่เดินนานๆ จะทำให้ผิวเท้าเกิดหนังที่แข็งด้าน และการใส่รองเท้าที่คับเกินไปบริเวณปลายเท้าอาจเป็นสาเหตุให้เกิดเล็บขบ เวลาที่เหมาะสมในการเลือกซื้อรองเท้าคือช่วงกลางวันที่เท้าได้เดินจนขยายตัวแล้ว และหลังจากที่ใส่รองเท้าส้นสูงมาตลอดทั้งวัน หลังเลิกงาน ลองแช่เท้าในน้ำอุ่นสัก 10-15 นาที จะช่วยผ่อนคลายอาการเมื่อล้าที่เท้าได้ค่ะ
และนี่ก็คือ 10 วิธีการดูแลมือ เท้า และเล็บของคุณ ให้ดูมีสุขภาพดีอยู่ตลอดเวลา...

การดูแลเล็บ


✿-การดูแลเล็บมือ 1-✿
~หากใครเป็นคนนึงที่มีเล็บมืออ่อนแอฉีกขาดง่ายและบางคนก็พาลคิดไปว่าหากเราทาเล็บบ่อยๆน้ำยาที่ทานั้นก็จะช่วยให้เล็บเราแข็งแรงขึ้นบางทีก็อาจเป็นวิธีการคิดที่ผิดนะเพราะการทาเล็บบ่อยๆมันจะทำให้เล็บเราเหลืองไม่น่าดูเลย และพอมันเหลืองแล้วเราก็ไม่กล้าอวดเล็บมือให้ใครต่อใครดูจึงจำใจต้องทาเล็บต่อไป นั่นเป็นสิ่งที่ผิดมากๆเพราะจริงๆแล้วเราควรพักเล็บมือจากการทาเล็บบ้างเพื่อให้เล็บมือของเราได้มีโอกาสพักหายใจหายคอบ้างไงคะ วันนี้ aikine มีเคล็ดลับดีๆเกี่ยวกับการทาเล็บอย่างไรไม่ให้เหลือง แต่ทว่าหากมันเหลืองไปแล้วเราจะทำงัยดีหล่ะ แน่นอนค่ะว่า aikine ก็มีวิธีการแก้ไขเล็บที่เหลืองมาให้กันด้วยค่ะ

การทาสีเล็บคุณผู้หญิงควรทาสีเข้มและอ่อนสลับกันไปนะคะ และควรหยุดพักการทาสีเล็บเป็นระยะๆโดยอาจเปลี่ยนไปทำทรีตเม้นต์เล็บด้วยการทา nail strengthener แทนบ้างและนวดบำรุงด้วยคิวติเคิลออย ทั้งนี้เพราะในกรณีที่สีทาเล็บไม่ได้มาตรฐาน เม็ดสีแดงในสีทาเล็บอาจเข้าไปฝังอยู่ในรูพรุนบนผิวเล็บทำให้เล็บเหลืองได้นั่นก็เพราะว่าบางทีเพื่อนๆก็ซื้อยาทาเล็บที่อาจมีราคาถูกเกินไปซึ่งจะมีกลิ่นเหม็นของสารเคมีอยู่ไม่เชื่อก็ลองดมดูเชื่อว่าหลายคนคงต้องร้องว่ายี้เหม็นจัง นั่นแหละค่ะที่ทำให้เล็บมือที่สวยๆของเราต้องมาไม่น่าดูเพราะว่าเล็บเหลืองแถมยังไม่กล้าโชว์นิ้วมืองามๆให้คุณผู้ชายทั้งหลายดูอีกด้วย แต่ไม่เป็นไรค่ะหากว่าเล็บมันเหลืองไปแล้ว aikine ก็ยังมีวิธีการแก้ไขเล็บไม่ให้เหลืองด้วยค่า

วิธีแก้ไขเล็บเหลืองหากว่าเล็บเหลืองเพื่อนๆก็ลองใช้น้ำมะนาว และเบบี้ออยหรือน้ำมันมะกอกผสมในอัตราส่วนเท่ากันแช่เล็บซัก 15 นาที แล้วล้างออกให้สะอาดและนวดบำรุงด้วยคิวติเคิลออยเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นบนเล็บและอาจขัดเล็บให้แวววาวด้วยตะไบหนังชามัวร์หรือตะไบขัดเงา แต่ก็ขัดเบาๆนะคะ เล็บสวยๆจะได้ไม่เยินซะก่อนแล้วเล็บของเราก็จะดูสะอาดมีสุขภาพและน่ามอง สามารถเอาไปอวดหนุ่มๆได้อย่างไม่ต้องอายใคร ...