แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แนะนำวิธีลดความอ้วน แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แนะนำวิธีลดความอ้วน แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2552

วิธีลดความอ้วน


ในสมัยก่อน ความอ้วนมิได้ถูกมองว่าเป็นปัญหาด้านสุขภาพมากนัก โดยเฉพาะในกลุ่มคนที่อดอยากยากแค้น การเลี้ยงลูกให้อ้วนอาจถือว่าเป็นความภาคภูมิใจอย่างหนึ่ง
ในปัจจุบัน แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะรู้แล้วว่า ความอ้วนเป็นภัยต่อสุขภาพแต่บางคนก็ห้าม ไม่ได้ที่ต้องปล่อยให้ตัวเองมีสภาพอ้วนจนขาดความสวยงาม
คนบางกลุ่มจึงนึกสนุกจัดประกวด ราชินีช้าง คล้ายกับเป็นการประชดชีวิตไปเสียเลย บางคนอยากได้ตำแหน่งมาก ถึงกับพยายามเพิ่มน้ำหนัก ด้วยการตั้งหน้าตั้งตากินกันขนาดใหญ่ ก่อนประกวดเพียงไม่กี่วัน ซึ่งนับว่าเป็นการกระทำที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
ในทางการแพทย์ถือว่าความอ้วนเป็นพยาธิสภาพอย่างหนึ่งและเรียกว่า โรคอ้วน (Obesity)
สาเหตุที่ทำให้เกิดโรคอ้วน เป็นเพราะพลังงานที่บริโภคเข้าสู่ร่างกายมีปริมาณมากกว่าพลังงานที่ใช้ออกไป พลังงานส่วนเกินนั้นจึงสะสมในร่างกายเป็นไขมันตามส่วนต่างๆ ถ้าเงินไหลเข้าแบบนี้ ก็เรียกได้ว่าเงินล้นคลัง แต่นี่เป็นไขมัน ไม่ใช่เงิน จึงไม่ค่อยมีใครปรารถนา
กลไกการเกิดโรคอ้วน จึงขึ้นจากปัจจัย 2 อย่างคือ
1. กินอาหารมากเกินไป
2. ใช้พลังงานน้อยเกินไป
คนที่กินอาหารมากเกินไปโดยไม่สามารถยับยั้งความต้องการของตนเองได้นั้น ตามทฤษฎีจิตวิเคราะห์ของ Sigmund Freud เชื่อว่าเป็นเพราะมีปมขัดแย้งในจิตใจที่เกิดขึ้น ตั้งแต่วัยขวบแรกของชีวิต ซึ่งเป็นวัยที่มีความสุขอยู่ที่ปาก (Oral stage)
เด็กที่ได้รับความสุขมากเกินไปหรือมีความกระทบกระเทือนทางจิตใจในวัยนี้ทำให้พัฒนาการชะงักงัน หรือติดตรึงอยู่ในวัยนี้ บุคลิกภาพเมื่อโตขึ้นอาจมีความต้องการพึ่งพิงคนอื่นมาก และมีการแสดงออกในรูปแบบต่างๆ เช่น การติดสุรา ติดบุหรี่
อันที่จริงคนที่กินแล้วหยุดไม่ได้ ก็เป็นเสมือนเสพย์ติดอาหาร คนบางคนอาจมีพฤติกรรมการกิน ที่แตกต่างจากคนทั่วไป อย่างที่มีคำเรียกว่า "ยัด" หรือ "สวาปาม" พฤติกรรมแบบนี้ ย่อมทำให้เกิดโรคอ้วนได้แน่นอน สารอาหารที่เลือกกิน มีส่วนทำให้เกิดโรคอ้วนได้ คนที่มีแนวโน้มจะอ้วนมักชอบกินอาหารที่ให้พลังงานสูง เช่น เนื้อสัตว์ติดมัน อาหารที่มีแป้งและน้ำตาลสูง ขนม เวลากินก๋วยเตี๋ยวก็ชอบใส่น้ำตาล ดื่มกาแฟก็ใส่ครีมใส่น้ำตาลมาก
อารมณ์ เป็นปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อพฤติกรรมการกินของคน บางคนเวลาเครียดหรือซึมเศร้า ก็กินอาการบ่อยขึ้นมากขึ้น บางคนชอบกินจุบกินจิบ เพราะเหงาปาก ไม่รู้จะทำอย่างไร
สารอาหารที่คนเรากินเข้าไป เป็นสิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิต ส่วนหนึ่งจะต้องถูกนำมาใช้ ในการให้พลังงานแก่ร่างกาย การใช้พลังงานให้พอดีกับอาหารที่ได้รับ เป็นกลไกสำคัญ ที่ทำให้ไม่เกิดโรคอ้วนคนที่ใช้พลังงานน้อยจึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้อ้วน
การออกกำลังกายเป็นวิธีที่ช่วยเผาผลาญพลังงานได้รวดเร็วที่สุด แต่ในชีวิตจริง คนเราอาจไม่มีโอกาสออกกำลังกายเป็นกิจลักษณะได้ทุกคน การใช้พลังงานในการทำงาน เป็นทางเลือกหนึ่งในการป้องกันโรคอ้วน คนที่เป็นกรรมกรแบกหาม กับสามล้อ หรือเกษตรกรจึงไม่ค่อยเป็นโรคอ้วน
คนที่มีพฤติกรรมชอบความสะดวกสบาย ขี้เกียจแม้ในกิจวัตรประจำวันเล็กๆ น้อยๆ เช่น ขึ้นลงตึกเพียง 1-2 ชั้น ก็ต้องใช้ลิฟต์ ระยะทางไม่กี่สิบเมตรก็ต้องขับรถไป พฤติกรรมแบบนี้ มีส่วนทำให้เกิดโรคอ้วนและโรคอื่นๆ อีกหลายอย่าง
การรักษาโรคอ้วน ต้องใช้หลักพลังงานใช้ไปมากกว่าพลังงานที่รับเข้าสู่ร่างกาย
ต้องเลือกสารอาหารที่กินให้เป็นพวกพลังงานต่ำ มีเส้นใยอาหารมาก โดยไม่ขาดสารอาหารที่จำเป็น ต้องเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการกินให้กินเป็นมื้อเป็นคราวที่เหมาะสม ไม่กินจุบกินจิบ ไม่ควรอดอาหาร เพราะจะยิ่งทำให้เกิดการชดเชยและอยากอาหารมากขึ้น
พฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่ช่วยป้องกันและแก้ไขโรคอ้วนได้ คือ การลดการใช้เครื่องอำนวย ความสะดวกต่างๆ เช่น ลิฟต์ และรถยนต์ หันมาใช้การเดินหรือขี่จักรยานมากขึ้น ลดการใช้เครื่องซักผ้า และหันมาซักด้วยมือ
สิ่งหนึ่งที่มีคนสนใจมากคือ ยาลดความอ้วน หลายคนมีความเชื่อว่า มียาบางอย่างที่สามารถเนรมิต ให้ตนผอมลงได้เองโดยไม่ต้องปฏิบัติตัวอย่างใดเป็นพิเศษ คล้ายกับคนที่เชื่อว่ามียากินให้ฉลาด ยากินให้สวยให้หล่อ ยากินให้สมองดี ความจำแม่น หรือยาอายุวัฒนะ ความเชื่อเหล่านี้ ไม่น่าจะเป็นความเชื่อที่ถูกต้อง
ยาที่มีผู้นำไปใช้ลดความอ้วนนั้นส่วนใหญ่เป็นยากระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้มีอาการตื่นตัว ไม่ง่วงนอน และมีผลข้างเคียงทำให้ความอยากอาหารลดลง
สรรพคุณของยากลุ่มนี้จึงเหมือนกับยาบ้า ที่นิยมใช้เป็นสารเสพติด ยาอาจทำให้น้ำหนักลดลง ได้ค่อนข้างเร็วแต่ผลแทรกซ้อนมีมากมายเช่น ทำให้นอนไม่หลับ หัวใจเต้นเร็วหรือเต้นผิดปกติ หากใช้เกินขนาดอาจถึงตายได้
ผลข้างเคียงที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งของยากลุ่มนี้ก็คือทำให้เกิดประสาทหลอน หลงผิดหรือเป็นโรคจิตได้ ผู้ป่วยที่เป็นโรคจิตภายหลังจากไปกินยาลดความอ้วน พบได้บ่อยพอสมควร บางคนที่เคยป่วยอยู่ก่อน และอาการทุเลาแล้วพอไปใช้ยาพวกนี้ เลยทำให้อาการกำเริบขึ้นมาอีก
ผลเสียจากการใช้ยาลดความอ้วนมีมากมาย จนไม่คุ้มที่จะหวังพึ่งฤทธิ์ของมันในการช่วยลด ความอยากอาหารและช่วยลดน้ำหนัก
การป้องกันและการรักษาโรคอ้วน จึงควรใช้วิธีปฏิบัติตัวในการควบคุมการกินอาหาร และเพิ่มการใช้พลังงานตามที่กล่าวตอนต้น น้ำหนักตัวที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เป็นสัญญาณอันตรายอย่างหนึ่ง หากไม่ทราบสาเหตุ ควรรีบไปพบแพทย์ตรวจสุขภาพโดยด่วน คนที่เป็นโรคอ้วน ควรลดน้ำหนักลงอย่างช้าๆ ค่อยเป็นค่อยไป อย่าได้พยายามลดฮวบฮาบเป็นอันขาด เพราะเป็นผลเสียมากกว่าผลดี
หากพยายามลดความอ้วนอย่างไรก็ไม่เป็นผล ก็ควรทำใจยอมรับเสียเถิด คิดเสียว่า "อ้วนตายดีกว่าอดตาย" ก็แล้วกัน
หุ่นดีกับ 4 วิธีง่ายๆ
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องการมีหุ่นดี คุณไม่จำเป็นต้องไปเข้าคอร์สลดน้ำหนักตามศูนย์หรือคลินิกใดๆ ทั้งสิ้น เพียงแต่คุณต้องมีความตั้งใจจริงที่จะทำให้คิดว่าการควบคุมอาหารเป็นการใช้ชีวิตตามปกติของคุณ พยายามปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการรับประทานอาหารด้วยวิธีง่ายๆ ดังนี้
1.พยายามไม่ทานอะไรอีกหลัง 14.00 น. หรืออย่างช้าที่สุด 18.00 น. นั่นคือถ้าคุณต้องทานอาหารเย็น จะต้องทานให้เสร็จก่อน 18.00 น.แล้วหลังจากนั้นห้ามทานอะไรอีก นอจากน้ำเปล่า
2.อย่าระบายความโกรธหรือความหงุดหงิดของคุณไปกับของขบเคี้ยว เพราะจะทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นอย่างไม่รู้ตัว
3.ตั้งปฏิญาณไว้ว่าจะไม่ทานช็อกโกแลตและไอศกรีมตลอดทั้งสัปดาห์ และพยายามทำให้ได้ อย่าเผลอเด็ดขาด เพราะขนมที่หวานและเย็นอย่างไอศกรีมจะทำให้ทานได้เยอะ
4.สิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องทานเมื่อคุณหิวเท่านั้น ไม่ใช่ทานเพื่อตอบสนองความอยาก

8 วิธีลดความอ้วน

8 วิธีลดความอ้วน


1. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการกินใหม่ เลือกทานแต่อาหารที่มีประโยชน์ เช่น ผัก ผลไม้ และควรทานให้ได้ทุกมื้อ เพราะมีไฟเบอร์และวิตามินสูง
2. หลีกเลี่ยงของมันต่างๆ อาหารที่ปรุงจากการทอด ควรเลือกทานเนื้อปลา ปู กุ้ง ซึ่งให้พลังงานน้อยกว่าเนื้อหมูและวัว
3. รับประทานอาหารให้ครบ 3 มื้อ โดยเฉพาะมื้อเช้าสำคัญที่สุด
4. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ควบคู่ไปกับการควบคุมอาหาร เพราะจะให้ผลที่ดีกว่าและเร็วกว่า
5. ห้ามใช้ยาลดน้ำหนัก เพราะทำให้ร่างกายขาดเกลือแร่ที่สำคัญ อาจทำให้ไตวายและเสียชีวิตได้
6. ดื่มน้ำสะอาดให้ได้วันละ 6 - 8 แก้ว มีผลวิจัยออกมาว่าการดื่มน้ำเยอะๆ ช่วยลดน้ำหนักได้
7. ตรวจสุขภาพเป็นประจำทุกที
8. มีความตั้งใจจริง เพราะถ้าไม่มีสิ่งนี้ คุณจะไม่ประสบความสำเร็จในการลดน้ำหนักได้เลย

http://women.thaiza.com/detail_32672.html

อยากผอมไหม

คงจะมีเพื่อนๆหลายคนที่กำลังอยากลดความอ้วนอยู่ใช่ไหมล่ะ วันนี้ เรา เรยจะมาขอเล่าประสบการณ์การลดน้ำหนักอย่างตรากตรำของเราให้เพื่อนฟัง
พูดถึงประวัติ ก่อนลดน้ำหนักก่อนนะ ก่อนจะลดเราน้ำหนัก 53 กก. สูง 163 ซม. ช่วงนั้น แขน ขา ใหญ่ อย่างรับไม่ได้เรย ปัจจัยส่วนใหญ่ของน้ำหนักคราวนั้นคือ กินเค้ก กินอาหารเยอะมาก หลายมื้อเรย ตอนดึกๆก็ยังออกไปกินนมกับเพื่อนอยู่เรย ถามเพื่อนๆว่าเราอ้วนไหม เพื่อนๆบอกว่าไม่หรอก แค่ดูตัวใหญ่ แต่พอพวกผู้ชายมาพูดเท่านั้นแหละ บอกว่าเรา อวบ เรายอมไม่ได้ เลยต้องเริ่มลดน้ำหนัก
เราเริ่มศึกษา อ่านหนังสือ ทุกเล่มที่ว่าเด้วยการลดน้ำหนัก กระชับสัดส่วน รวมถึงเรื่องการล้างพิษด้วย เราจึงได้รวบรวมวิธีและหลักการการลดความอ้วนมาได้ดังนี้
** สิ่งที่ควรจำในการลดความอ้วน+สุขภาพดี**
1. การงดเว้น อาหารบางมื้อ อาจช่วยสามารถลดน้ำหนักได้ในช่วงแรกๆ แต่จะทำให้ระบบเผาผลาญ เราช้าลง ดังนั้นควรรับประทานอาหารแต่ละมื้อ ในประมาณที่พอเหมาะ
2. การนอนหลับพักผ่อนเป็นสิ่งสำคัญมาก ควรนอนระหว่าง 3ทุ่ม - ตี 3 และควรปิดไฟนอน เพื่อให้ร่างกายสามารถปรับระบบภายในได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. ควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 7 -8 แก้วเพื่อการขับถ่ายและเป็นการล้างพิษไปในตัว
4. การออกกำลังกายลดความอ้วนอย่างได้ผล คือ ออกกำลังกายติดต่อกันเป็นเป็นเวลา อย่างน้อย 20นาที และไม่เกิน 2 ชั่วโมง (คนปกตินะจ้ะ ไม่ใช่นักกีฬา )ในช่วงลดน้ำหนักควรออกกำลังกายอย่างน้อย อาทิตย์ละ 4 วัน เวลาในการออกกำลังกาย ช่วยให้การเผาผลาญที่ต่างกันนะ ช่วงเช้า ตั้งแต่ ตี5-9โมงกำลังดี เพราะแดดไม่ร้อน อีกทั้งยังทำให้ร่างกายตื่นตัว ช่วงนี้ร่างกายจะเผาผลาญไขมันที่สะสมตามส่วนต่างได้ดีมากๆ ช่วงเย็น ตั้งแต่ 4 โมงเย็น- 1 ทุ่ม เป็นช่วงที่ร่างกายจะเผาผลาณคาร์โบไฮเดรต ที่อาจจะเหลือและสะสมเป็นไขมันได้ ในช่วงควบคุมน้ำหนัก ควรออกกำลังกายหนักๆ อย่างน้อย อาทิตย์ละ 2 วัน
5 อาหารเย็น สำหรับคนลดน้ำหนัก ควรรับประทาน ก่อน 6 โมงเย็น ช้าสุด ไม่เกิน 2 ทุ่ม ที่นี้เราจะมาพูดถึงวิธีลดความอ้วนของเราบ้างนะ เราใช้วิธีลดอาหารพวกแป้ง (หมอบอก)+คำนวณแคลอรี ช่วงที่เราลดเป็นช่วงปิดเทอม เรยไม่มีปัญหา ช่วง 2 อาทิตย์แรก เราไม่ได้ออกกำลังกาย ไม่กินอาหารจากแป้ง งดผลไม้นำตาลเยอะเช่น สัปปะรด มะละกอสุก มะม่วงสุก รับประทาน พวกฝรัง แอปเปิ้ลเขียว เนื้อสัตว์ทุกชนิดเรย ช่วงนั้น เราจะไม่ค่อย ไม่แรงเท่าไหร่ น้ำหนักลดลง ไป 3 กิโล (ช่วงนี้ต้องอดทนมากเรยๆ) ช่วง 2 อาทิตย์หลัง กินข้าวบ้าง แต่ไม่มาก ประมาณมื้อละ 3-5 ช้อน ออกกำลังกายเกือบทุกวัน ส่วนใหญ่จะไปวิ่ง วันละ 3 รอบ รอบละ 800 เมตร เวลาผ่านไป 1 เดือน เปิดเทอมพอดี ตอนเช้า เราเปลี่ยนสูตร เป็น เช้า ขนมปังโฮลวีต ทา เบคบีน กับนมขาดมันเนย 1 กล่อง กลางวัน อะไรก็ได้ แต่ไม่มีคาร์โบไฮเดรค วุ้นเส้นก็กินไม่ได้นะ เย็น แอปเปิ้ลเขียว 1 ลูก วิ่ง วันละ 3 รอบ สรุป ลดไปได้ 4 กิโล แต่ว่า สัดส่วนลดลง และกระชับอย่างเห็นได้ชัด พยายามทำอย่างนั้นอีกเป็นเวลา 1 เดือน แต่กฏไม่เข้มเท่า กินขนมบ้าง น้ำหนัก คงที่
http://writer.dek-d.com/deksmart/story/view.php?id=153748

วันจันทร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2552

วิธีลดความอ้วนแบบง่ายๆ

วิธีลดความอ้วน แบบง่ายๆ


ก่อนอื่น ต้องเตรียมตัวเองและสภาพแวดล้อมก่อน
1.สะสางตู้กับข้าว : ความอยากคือศัตรูตัวฉกาจที่สุด ดังนั้น โละของโปรดในตู้เย็นทิ้งซะ
2.จัดสภาพแวดล้อมให้ปลอดภัย : ไม่ใช่แค่ที่บ้านเท่านั้น ที่คุณต้องดูแล ให้ปลอดอาหารขยะ คุณต้องดูแลที่ทำงานด้วย ต้องมีน้ำเปล่าติดบ้านเสมอ แช่เย็นไว้จะได้ดื่มอร่อย
3.เก็บหลักฐาน : ให้ถ่ายรูปตัวเองไว้ ช่วงที่กำลังฝึกฝนตัวเองอยู่นั้น คุณควรชั่งน้ำหนัก และวัดขนาดรูปร่างตัวเองเก็บไว้ การรู้น้ำหนัก สามารถเป็นสิ่งที่ผลักดันคุณได้ และให้เริ่มบันทึก สิ่งที่คุณทานเข้าไป
4.ขอความช่วยเหลือ : การตัดสินใจเปลี่ยนแปลงตัวเอง ทั้งเรื่องนิสัยการกินและนิสัยด้านอารมณ์ คุณควรหาที่ปรึกษาที่ไว้ใจได้ในการพูดคุย
5.ออกกำลัง : สุดท้ายที่คุณต้องทำ ก็แค่เคลื่อนไหวร่างกาย ซึ่งหมายถึงออกกำลัง เริ่มต้นง่ายๆก่อน คุณไม่สามารถทำสำเร็จ ชั่วข้ามคืนหรอกค่ะ และไม่สามารถ ทำทั้งหมดในคราวเดียว จำไว้ว่าเริ่มช้าๆและทำได้จริง คุณกำลังไต่ระดับการฝึกฝน เท่าที่คุณทำได้คือทำให้ดีที่สุดในแต่ละช่วงเวลา อย่าหมดศรัทธาในตัวเอง เชื่อสิว่าคุณทำได้
ลองทำดูนะคะ อย่าหาซื้อยาลดความอ้วนมากินเลยค่ะ มันอันตราย :)

วันอาทิตย์ที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2552

แนะนำ 7 วิธีลดความอ้วน

ก่อนอาหารต้องดิ่มน้ำอย่างน้อย 2 แก้ว งดน้ำตาล น้ำมันหมู แอลกฮอล์ ของทอดทุกชนิด
วันที่ 1 เช้า น้ำผลไม้คั้น หรือ โยเกิร์ต 1 ถ้วย
กลางวัน ไข่ต้ม 2 ฟอง
เย็น สลัดผัก
วันที่ 2 เช้า น้ำผลไม้คั้น หรือ โยเกิร์ต 1 ถ้วย
กลางวัน ไข่ต้ม 2 ฟอง
เ ย็น สลัดผัก
วันที่ 3 เช้า กาแฟไม่ใส่น้ำตาล หรือ โยเกิร์ต 1 ถ้วย
กลางวัน เกาเหลาลูกชิ้น 1 ชาม (หมู,เนื้อ)
เย็น สลัดผัก
วันที่ 4 เช้า น้ำผลไม้คั้น หรือ กาแฟดำและขนมปัง 1 แผ่น
กลางวัน สลัดผัก และ ไก่ย่าง 1 ชิ้น
เย็น โยเกิร์ต 1 ถ้วย
วันที่ 5 เช้า น้ำผลไม้คั้น หรือ กาแฟไม่ใส่น้ำตาล 1 ถ้วย
กลางวัน ส้มตำ และ ไก่ย่าง 1 ชิ้น
เย็น สลัดผัก
วันที่ 6 เช้า น้ำผลไม้คั้น หรือ กาแฟไม่ใส่น้ำตาล 1 ถ้วย
กลางวัน ปลานึ่ง หรือ ปลาเผา ไม่จำกัด
เย็น สลัดผัก
วันที่ 7 เข้า ข้าว 1 ทัพพี และ เนื้อ 1 ชิ้น , หรือ ไข่ต้ม 1 ฟอง
กลางวัน เกาเหลาลูกชิ้น 1 ชาม (หมู , เนื้อ)
ย็น สับปะรด 1 ชิ้น

http://www.yenta4.com/webboard/viewtopic.php?cate_id=64&post_id=1113536&order_reply=0