เคล็ดลับการดูแลผิว
อาบน้ำอย่างไรให้ผิวสวย
ระหว่างอาบน้ำชำระร่างกายควรหาผ้าขนหนูนุ่มๆ ผืนเล็กๆ หรือฟองน้ำ หรือใยบวบ มาขัดถู ให้ทั่วๆ ร่างกายเพื่อขจัดสิ่งสกปรกบนผิวหนังให้ได้อย่างหมดจด การกระตุ้นผิวหนังระหว่างการอาบน้ำก็เสมือนการนวดผิวทำให้ผิวของคุณได้รับการดูแล ผิวจะสวยนุ่ม ละไม หลอดเลือดใต้ผิวหนังขยายตัวได้ดี ระบบไหลเวียนของเลือดก็เป็นไปอย่างสะดวกดีอีกด้วย
การอบไอน้ำเพื่อสุขภาพ ช่วยให้ผิวแข็งแรง
อุณหภูมิไม่เกิน 100 องศาเซลเซียสคืออุณหภูมิที่ดีหากคุณต้องการอบไอน้ำหรือซาวน่าเพื่อให้ หลอดเลือดขยายตัว ผิวพรรณชุ่มชื่น และยังขับเหงื่อเพื่อช่วยลดน้ำหนักได้ดีอีกด้วย การอบไอน้ำช่วยให้สุขภาพดี เพราะทำให้ประสาทของคุณได้รับการผ่อนคลาย หายเครียด ขจัดความอ่อนเพลีย แต่ถ้าจะอบไอน้ำเพื่อเอาใจผิวพรรณโดยเฉพาะคุณควรอบนาน 10 นาทีก็เพียงพอแล้ว หากต้องการลดน้ำหนักควรอบแบบสลับไปมานาน 20-30 นาทีก็ได้
ดับกลิ่นลมหายใจไม่สะอาดด้วยนมสด
ในระหว่างวันหากคุณพบว่ามีกลิ่นปากหรือลมหายใจไม่สะอาดจนคุณรู้สึกไม่มั่นใจและไม่ สามารถหาหมากฝรั่งหรือเม็ดอมดับกลิ่นได้ทันท่วงที คุณสามารถดื่มนมสดหรือน้ำผึ้งผสมน้ำอุ่นเพื่อดับกลิ่นปากให้ลมหายใจสะอาด แม้กลิ่นกระเทียมที่ค่อนข้างรุนแรงน้ำนมก็สามารถดับกลิ่นได้อย่างดีทีเดียว นอกจากนมสดและน้ำผึ้งแล้วการดื่มน้ำมะนาวผสมน้ำอุ่นก็ช่วยดับกลิ่นปากและกลิ่นที่เกิดจากการรับประทานอาหารซึ่งมีเครื่องเทศกลิ่นแรงได้เป็นอย่างดี
ดูแลริมฝีปากทุกฤดูกาล
ในช่วงฤดูหนาวเมื่อริมฝีปากแห้ง ลอกเป็นขุย หรือแตกจนแสบ นั่นแหละถึงจะได้รับการดูแล ทะนุถนอม ซึ่งในความถูกต้องนั้นคุณควรที่จะบำรุงถนอมริมฝีปากตลอดเวลาไม่ว่าจะเป็นฤดูกาลใดเพื่อที่ริมฝีปากจะมีความชุ่มชื้นนุ่มละมุนเสมอ ไม่มีวันแห้งจนแตกในฤดูหนาว การทาลิปมัน ทาขี้ผึ้ง เป็นประจำจะช่วยได้เป็นอย่างดี แต่สำหรับคุณผู้ชายที่ไม่อยากยุ่งยากกับการทาปาก หรือคุณผู้หญิงที่ไม่ชอบทาลิปสติกก็ควรใช้โลชั่นที่ใช้สำหรับบำรุงหน้าหรือผิวกายทาให้ทั่วริมฝีปากทุกๆ คืนก่อนนอน ริมฝีปากจะชุ่มชื้น นุ่มเนียน ไม่มีริ้วรอยย่น ไม่แห้งจนต้องเลียริมฝีปากบ่อยๆ ให้เสียบุคลิก
ผลไม้สดจากธรรมชาติ บำรุงผิวได้ผลเร็วกว่าครีมราคาแพง
ในผลไม้ทุกชนิดนั้นอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุสำคัญๆ มากมายที่จะให้คุณประโยชน์ต่อ ร่างกายได้โดยตรง คนที่รับประทานผักสด และผลไม้สดเป็นประจำสม่ำเสมอทุกๆ วันนั้นสังเกตได้เลยว่าจะเป็นคนผิวพรรณดี แม้เป็นผู้ชายก็ผิวสวย ผุดผ่อง มีน้ำมีนวล ผลไม้บางชนิดนั้นนอกจากรับประทานแล้วยังสามารถนำมาพอกทาใบหน้าเพื่อบำรุงผิวหน้าโดยตรงได้อีก ด้วย ผลที่ได้ก็ค่อนข้างเร็วทันใจกว่าการบำรุงด้วยครีมต่างๆ ซึ่งต้องการเวลาและมีราคาสูง ถ้าคุณขยันก็ควรแบ่งเวลาสักไม่ถึงครึ่งชั่วโมงต่อสัปดาห์เพื่อพอกหน้าด้วยผลไม้ ผลที่ได้คือผิวดีที่คุ้มค่าที่สุด สับปะรดสดๆ คั้นเอาแต่น้ำมาชโลมพอกทาใบหน้า คนที่มีผิวหน้ามันจะได้ผิวที่ดี สมดุล จุดด่างดำ และริ้วรอยต่างๆ จะหายไป (พอกนาน 20 นาที) แอปเปิลนำไปปั่นให้ข้น (ไม่ต้องให้เป็นน้ำ) หรือฝานเป็นชิ้นบางๆ นำมาวางทั่วใบหน้า หรือพอกหน้าไว้นาน 20 นาที เหมาะสำหรับคนผิวแห้ง เพิ่มความชุ่มชื้นให้ใบหน้า ผิวหน้าที่ตากลมตากแดดมากๆ ควรบำรุงด้วยสูตรนี้ มะละกอสุกที่คัดเมล็ดทิ้งแล้วปั่นหรือยีให้เละด้วยส้อม นำมาพอกหน้านาน 15-20 นาที ทำให้ผิวหน้าที่แห้งแตกเป็นขุยๆ มีความนุ่มนวลและชุ่มชื้นขึ้น เปลือกมะนาวที่บีบน้ำออกแล้วนำมาถูคลึงเบาๆ ทั่วใบหน้ามันจะช่วยลดความมัน ขจัดสิวเสี้ยน เพิ่มความขาวนวลได้ดี มะเขือเทศ แตงกวา น้ำผึ้ง (เลือกอย่างหนึ่งอย่างใด) ปั่นละเอียดหรือฝานบางๆ วางทั่วใบหน้าหรือพอกหน้านาน 20 นาทีเป็นประจำทุก 1 สัปดาห์ จะช่วยขจัดริ้วรอยบนใบหน้า เพิ่มความขาวเนียนผุดผ่องให้ใบหน้าได้อย่างวิเศษ
เคล็ดลับบำรุงผิวหน้ามัน
ตำรับนี้เหมาะสำหรับทั้งคุณผู้หญิงและคุณผู้ชาย หากใบหน้าของคุณมีความมันคุณควรบำรุง ด้วยสูตรนี้ทุกๆ 10 ต่อ 1 ครั้ง ด้วยแตงกวามะนาวและไข่ ซึ่งไม่มีสารเคมีใดๆ ที่จะทำให้คุณแพ้หรือเกิดอาการระคายเคืองได้อย่างแน่นอน เตรียมแตงกวา 2 ลูก ปอกเปลือกแล้วล้างให้สะอาด นำมาปั่นให้ละเอียดผสมกับน้ำมะนาวครึ่งช้อนโต๊ะและไข่ไก่ 2 ฟอง (คัดเอาแต่ไข่ขาว) เมื่อปั่นจนผสมกันดีแล้วนำมาชโลมให้ทั่วใบหน้า (ล้างหน้าให้สะอาดก่อน) เว้นรอบริมฝีปากและดวงตา คุณต้องไม่เคลื่อนไหวใบหน้าจนครบกำหนดเวลา แล้วจึงล้างออกให้สะอาดด้วยสบู่
สตรอเบอรี่เพื่อผิวหน้า
การบำรุงผิวหน้าให้มีความชุ่มชื้นไม่แห้งกร้านด้วยสตรอเบอรี่นั้นค่อนข้างทำได้แสนง่ายดาย และได้ผลดีเยี่ยมทันอกทันใจ ผิวหน้าของคุณจะขาวขึ้น มีความเนียนนวล ปราศจากริ้วรอยและจุดด่างดำต่างๆ ถ้าคุณพอกหน้าด้วยผลสตรอเบอรี่สดๆ ประมาณ 15-20 ลูก โดยนำมาปั่นให้ละเอียดจนข้นหรือใช้ส้อมตีๆ ยีๆ ให้ละเอียด (มีกากเนื้อเล็กน้อยได้) จากนั้นนำมาพอกทั่วๆ ใบหน้า เว้นรอบดวงตา และริมฝีปาก พอกทิ้งนาน 20 นาทีจึงค่อยล้างออกด้วยสบู่ สูตรนี้สามารถทำได้ทุกๆ สัปดาห์ จะได้ผลดีน่าพอใจ
บำรุงผมแห้งด้วยตัวเอง
ครีมนวลและบำรุงผมสำหรับเส้นผมที่คุณใช้อยู่เป็นประจำคู่กับแชมพูสระผมนั้นอาจต้องใช้ เวลานานพอควรกับการปรับสภาพเส้นผมให้มีความชุ่มชื้นขึ้น ไม่แตกปลาย ไม่ฟูฟ่อง มีความเงางาม และมีน้ำหนักขึ้น ถ้าคุณอยากบำรุงเส้นผมที่แห้งเสียของคุณให้มีสุขภาพดีขึ้นอย่างรวดเร็วทันใจ นอกจากการใช้ครีมนวด บำรุงหลังสระทุกครั้งแล้วอาจเพิ่มสูตรบำรุงผมอีกตำรับหนึ่งซึ่งคุณผสมทำเองได้ทุก 10 วันต่อ 1 ครั้ง ก็น่าจะลองทำดูบ้าง เตรียมไข่ไก่ 1 ฟอง น้ำผึ้ง 1 ช้อนชาครึ่ง และน้ำมันงาสัก 2-3 ช้อนโต๊ะ นำมาผสมกันแล้วตีให้เข้ากันจนละเอียดเนียน แต่ไข่นั้นต้องเลือกเอาเฉพาะไข่แดงมาตีให้ฟู วิธีหมักผมก็ต้องราดน้ำให้เส้นผมเปียกชุ่มทั้งหมดก่อนนำครีมน้ำมันงามาทา และนวดให้ทั่วๆ เส้นผม หมักผมทิ้งไว้นานครึ่งชั่วโมง แล้วล้างออกให้สะอาดก่อนสระผมตามปกติ ถ้าผมยาวก็ให้เพิ่มไข่แดงอีก 1 ฟอง และเพิ่มปริมาณน้ำมันงากับน้ำผึ้งอีกอย่างละ 2 ช้อนชา
ผมมันกับนมเปรี้ยว
เส้นผมเป็นมันจะทำให้ทรงผมดูลีบแบนและมีรังแคง่าย คุณสามารถบำรุงให้ผมที่มีความมัน ลดระดับความมัน และมีความสมดุลพลิ้วสลวยขึ้นได้ ด้วยการผสมไข่ไก่ 1 ฟองลงในนมเปรี้ยวประมาณ 1 แก้ว นำมาตีๆ ให้เข้ากันดี หรือจะใช้เครื่องปั่นก็ได้ไข่ไก่นั้นใช้ทั้งใบได้เลยไม่ต้องคัดไข่ขาวทิ้ง ราดน้ำให้เส้นผมเปียกชุ่มแล้วจึงหมักนมเปรี้ยวผสมไข่ไก่ให้ทั่วทั้งศีรษะ กะดูให้ครีมหมักชโลมเส้นผมอย่างทั่วถึง แล้วหมักผมทิ้งไว้นาน 10-15 นาทีจึงล้างออกให้สะอาดก่อนสระผมตามปกติ
สูตรพิเศษบำรุงมือและเล็บ
คนที่รักมือของตนเป็นพิเศษนั้นย่อมรักเล็บมือด้วย และการใช้ครีมโลชั่นต่างๆ ทามือและเล็บ อยู่เป็นประจำจะช่วยบำรุงให้มือของคุณนุ่มละมุนและมีความชุ่มชื่น เล็บมือก็มีสุขภาพดี ไม่แห้งเปราะง่ายหรือซีดเหลือง ยังมีสูตรบำรุงเล็บและมืออีกสูตรหนึ่งซึ่งเป็นเคล็ดลับที่จะบันดาลความนุ่มละมุนให้มือและเล็บได้อย่างดี เยี่ยม หนังรอบขอบเล็บก็จะนุ่ม ไม่แข็งกระด้าง สูตรธรรมชาติตำรับนี้คือไข่แดงและสับปะรด เตรียมไข่ไก่ 2 ฟอง เลือกแต่ไข่แดงมาตีให้ฟูใส่น้ำสับปะรดคั้น 3 ช้อนโต๊ะลงไปแล้วตีให้เข้ากัน แช่มือของคุณในน้ำสับปะรดและไข่แดงนี้นาน 30-40 นาทีจึงล้างออกให้สะอาด หมั่นทำเช่นนี้เดือนละ 2 ครั้งรับรองว่าเห็นผลได้ชัดเจนทันใจแน่นอน
มาเอาใจเท้าของคุณกันเถอะ
ในวันหนึ่งๆ คุณต้องใช้เท้าเดินไปมาเป็นระยะทางไม่ใช่น้อยๆ บางวันเท้าก็ต้องวิ่ง ต้องเหน็ด เหนื่อยตรากตรำมากพอสมควร คุณคงไม่ปฏิเสธว่าคนเรามักใส่ใจบำรุงตามากกว่าเท้า แต่ถึงเวลาแล้วที่เราควรจะหันมาเอาอกเอาใจเท้ากันบ้าง อย่างน้อย 2 สัปดาห์ต่อ 1 ครั้งก็ยังดี ใช้เวลาเพียง 15 นาทีเท่านั้น ทำในขณะพักผ่อนดูทีวีก็ได้ ไม่ควรอ้างว่าไม่มีเวลาปรนนิบัติเท้าของคุณ สูตรสำหรับบำรุงเท้าให้นุ่มนวลไม่แห้งกร้านสามารถทำได้โดยเตรียมน้ำส้มสายชู 2 ช้อนชาและนมเปรี้ยว 1 แก้วน้ำดื่ม นำมาผสมให้เข้ากันดี แล้วชโลมทาให้ทั่วๆ เท้าทั้งสองข้าง แช่ทิ้งไว้นาน 15 นาทีจึงล้างออกให้สะอาดสะอ้าน เท้าของคุณจะขาวขึ้นอีกด้วย แต่ช่วงที่เท้ามีแผลหรือถลอกไม่ควรบำรุงด้วยตำรับนี้
ถุงมือ ดูแลสุขภาพมือและเล็บ
การมีถุงมือยางและถุงมือผ้าฝ้ายไว้ติดบ้านนั้นเป็นสิ่งที่คุณควรปฏิบัติอย่างยิ่ง เพราะผลที่คุณ ได้คุ้มค่ามากกว่าที่คุณคาดคิดแน่นอน งานบ้านบางอย่าง เช่น ล้างจาน ปัดกวาด เช็ดถูเครื่องเรือน เครื่องใช้ แม้จะทำเล็กๆ น้อยๆ ก็ควรสวมถุง มือ การตัดแต่งกิ่งไม้ พรวนดิน รดน้ำต้นไม้ ล้างรถ ขนย้ายโต๊ะ ย้ายข้าวของ เพื่อจัดแต่งมุมห้องหรือบ้าน ก็สมควรสวมถุงมือเสมอๆ การสวมถุงมือในการทำกิจกรรมบางอย่างจะช่วยถนอมมือและเล็บของคุณให้ดูนุ่มเนียนไม่หยาบกร้าน แม้เป็นเพศชายก็ควรถนอมมือและเล็บให้มีสุขภาพดี หมั่นทาโลชั่นบำรุงเสมอๆ หลังเสร็จภารกิจใดๆ ที่ต้องใช้มือและเล็บนานๆ
สวมหมวกและแว่นตากันแดดบ้าง
ในวันที่คุณต้องอยู่ในที่กลางแจ้งคุณจะต้องเตรียมหมวกและแว่นกันแดดให้พร้อม เป็นต้นว่า การไปเที่ยวตลาดนัดสุดสัปดาห์ ไปชมการแข่งกีฬาที่สนาม ถ้าคุณรู้ว่าจะต้องเดินทางไปในเวลากลางวันที่แดดจ้าก็ไม่ควรละเลยที่จะดูแลตัวเองด้วย เส้นผมที่ถูกแสงแดดนานๆ และดวงตาที่รับแสงจ้ามากๆ เป็นเวลานานย่อมเสียสุขภาพแน่ การสวมหมวกมิใช่เพียงหลบไอร้อนแต่ยังช่วยดูแลเส้นผมให้คุณ เช่นเดียวกับการถนอมดวงตาด้วยการสวมแว่นตากันแดดเสมอๆ เมื่อต้องอยู่กลางแสงแดด ซึ่งจะทำอันตรายดวงตาและเส้นผมตลอดจนผิวพรรณของคุณได้อย่างแน่นอน
ฝึกนั่งสมาธิดูบ้าง
การทำจิตใจให้สงบมิใช่เป็นการดูแลสุขภาพทางใจแต่เพียงเท่านั้น เพราะจิตใจและร่างกายของ คนเรานั้นสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้งที่สุด ถ้าคุณลองฝึกนั่งสมาธิดูบ้าง หมั่นทำเป็นประจำสม่ำเสมอ เมื่อจิตใจสงบสบายผ่อนคลายดีแล้วคุณจะเป็นคนที่สมองปลอดโปร่ง ความคิดอ่านโลดแล่น การตัดสินใจเฉียบคม มีบุคลิกภาพที่ดี สามารถควบคุมอารมณ์ตัวเองได้ดี และในส่วนของผลดีที่จะเกิดกับร่างกายที่เห็นได้ชัดก็คือการนอนหลับสบายและง่ายขึ้น ขับถ่ายสะดวก ร่างกายกระชุ่มกระชวยขึ้น การเคลื่อนไหวและการทำงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพขึ้นกว่าเดิม
ความเครียดคือผู้ร้าย ทำลายสุขภาพได้อย่างนึกไม่ถึง
อย่าคิดว่าบางครั้งบางคราที่คุณเครียดแล้วจะทำให้คุณเพียงมีอารมณ์ที่หงุดหงิดและคิดมากจน นอนไม่หลับเท่านั้น แต่ความเครียดจะทำลายคุณได้อย่างที่คุณนึกไม่ถึง มาดูกันเถอะว่าความเครียดทำอะไรคุณบ้าง หิวเก่ง เบื่ออาหาร ปวดท้อง ปวดหลัง ปวดศีรษะ ตกใจง่าย ง่วงซึม ลุกลี้ลุกลนผิดปกติ ป่วยง่าย นอนกัดฟัน นอนกรน หลับยาก ขาดความมั่นใจ อารมณ์เสียบ่อยๆ ฝันกลางวัน ใจสั่น หมดอารมณ์เพศ ปัสสาวะบ่อยๆ สูบบุหรี่จัด ดื่มหนัก อยากบงการ เป็นโรคกระเพาะ โรคไขข้อ มะเร็ง ลำไส้อักเสบ ผิวหนังอักเสบ ความดันโลหิตสูง ไมเกรน ระบบหัวใจผิดปกติ ฯลฯ มหันตภัยจากความเครียดยังมีอีกมากมายมหาศาลซึ่งจะเกิดขึ้นกับจิตใจและร่างกายได้อย่างที่คุณไม่รู้ตัวว่าเกิดเพราะผลจากความเครียด ดังนั้นอย่าปล่อยให้ตัวเองเครียดเด็ดขาด พยายามมีอารมณ์ขัน หาทางออกที่ดีที่จะลดและขจัดความเครียดออกไปให้ได้ หาซื้อหนังสือขจัดความเครียดมาลองอ่านดู อาจมีสักวิธีที่เหมาะกับคุณแน่นอน
รักตัวเอง เพื่อรักษาสุขภาพอย่างสมบูรณ์แบบ
สุขภาพของคุณจะดีได้ก็คงต้องอาศัยความรักที่คุณมีให้กับชีวิตและร่างกายของคุณเอง ที่ผิวพรรณแห้งกร้าน ใบหน้าซูบหมอง ดวงตาไม่แจ่มใส เดินเหินไม่คล่องแคล่ว เซื่องซึม อารมณ์ แปรปรวน เบื่ออาหาร รับประทานอาหารไม่ค่อยได้หรือรับประทานจุเกินไป ผอมแห้งหรืออ้วนฉุ ท้องผูกหรือท้องร่วง เป็นโรคกระเพาะ มีอาการนอนไม่หลับ ป่วยทางจิต ป่วยทางกาย ฯลฯ อาการหนึ่งอาการใดดังกล่าวนี้ถ้าคุณเคยเป็นก็แสดงว่าคุณเป็นอีกคนหนึ่งซึ่งไม่รักตัวเอง คุณจึงไม่ใส่ใจที่จะรักษาสุขภาพของตนเอง หากคุณใส่ใจเรื่องอาหารการกินบ้าง รู้สักนิดว่ากินอาหารชนิดใดจะมีผลดีหรือร้ายต่อสุขภาพอย่างไร รู้จักออกกำลังกายบ้าง รู้จักพักผ่อนและดูแลถนอมบำรุงตั้งแต่เส้นผมจรดปลายเท้าบ้าง นั่นคือสิ่งที่คนรักตัวเองควรกระทำ และเมื่อคุณรักตัวเองจนมีสุขภาพที่ดีแล้วคุณก็จะรักคนอื่นเป็น ปรารถนาที่จะแนะนำสิ่งดีๆ เพื่อรักษาสุขภาพให้แก่คนรอบข้าง เมื่อนั้นคุณจะเป็นคนที่สมบูรณ์แบบและมีสุขภาพดีอย่างแท้จริง เพราะดีพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ
นักมังสวิรัติได้แคลเซียมสูง
แคลเซียมเป็นเกลือแร่ที่แสนสำคัญต่อร่างกายของคุณ เนื่องจากบทบาทหน้าที่ของมันก็คือช่วย ให้กระดูกแข็งแรง เซลล์กล้ามเนื้อและเซลล์ประสาทก็ต้องการแคลเซียมไปช่วยในการทำงานให้มีประสิทธิภาพ ถ้าคุณไม่อยากเป็นโรคกระดูกผุ ข้ออักเสบ ความดันโลหิตสูง มะเร็งลำไส้ ฯลฯ คุณก็ควรสนใจอาหารแคลเซียมอย่างจริงจังตั้งแต่วันนี้ อาหารที่เป็นแหล่งแคลเซียมที่ดีส่วนใหญ่เป็นอาหารที่นักมังสวิรัติได้รับประทานกันเป็นประจำสม่ำเสมอ แหล่งอาหารดังกล่าวนี้คือ งาดำคั่ว ถั่วแดง อัลมอนด์ เมล็ดทานตะวัน ถั่วลิสง มะม่วงหิมพานต์ ถั่วแระ กุ้งแห้ง ปลาลิ้นหมา ปลาเล็กปลาน้อยทอด ใบยอ ใบชะพลู ใบมะกรูด กุ้งฝอย ปูทะเล หอยแมลงภู่ หอยแครง ปลาทู ไข่แดง นม เนย เป็นต้น
http://www.geocities.com/Kritsana9/new_page_7.htm
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การดูแลสุขภาพ แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ การดูแลสุขภาพ แสดงบทความทั้งหมด
วันพุธที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2552
วันอังคารที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2552
ตีนกา (wrinkle)

ตีนกา (wrinkle)
เมื่ออายุมากขึ้นนอกจากประสบการณ์ ความรู้ ความรับผิดชอบและโรคจะมากขึ้นแล้ว ก็จะมี ตีนกาโผล่ขึ้นมาซึ่งสร้างความกังวลให้กับคุณผู้หญิง มีคำกล่าวว่าก่อนอายุ 40 ปีหน้าตาจะเหมือนแม่ แต่หลังอายุ 40 ปีหน้าตาจะบ่งบอกวิถีทางการดำรงชีวิต หากการดำเนินชีวิตดี สุขภาพ หน้าตาก็จะดี หากดำเนินชีวิตไม่ดีก็จะมีโรคหรือปัญหาตามมา ผิวหนังเราก็เหมือนอวัยวะอื่นเมื่อมีอายุมากขึ้นก็จะเกิดการเสื่อมโดยเฉพาะผิวหนังส่วนที่ต้องเจอแสงแดดมาก ผิวหนังของเราจะมี collagen elastin รวมทั้งไขมัน เมื่ออายุมากขึ้นไขมันและ collagen ลดลง หากร่างกายถูกแสงแดดมากก็จะมีการทำลายทั้ง collagen elastin ทำให้ผิวหนังสูญเสียความยืดหยุ่น กล้ามเนื้อใบหน้าก็จะอ่อนแรง น้ำในเซลล์ก็จะลดลงทำให้เกิดรอยย่นบนใบหน้าที่เรียกว่า "ตีนกา" หรือ "wrinkle" ซึ่งมีสองชนิดคือ ชนิดที่เป็นรอยย่นเล็กน้อย และชนิดที่เป็นรอยลึก ชนิดที่เป็นรอยตื้นจะตอบสนองดีต่อการรักษา ตีนกาจะพบมากบริเวณที่ถูกแสงมากเช่น หน้า คอ หลังมือ แขน
ปัจจัยที่ทำให้เกิดรอยย่น
• อายุ เมื่ออายุมากเซลล์จะแบ่งตัวน้อยลง จำนวนเซลล์ในชั้นหนังแท้ลดลง เซลล์ไขมันและเซลล์ที่สร้าง elastin collagen ลดลง
• ผู้ที่สูบบุหรี่จะเป็นตีนกาได้ง่าย
• ผู้ที่มีผิวขาวตาสีฟ้า
• กรรมพันธุ์
• ทรงผมผู้ที่มีทรงผมเปิดรับแดดจะเกิดรอยย่นที่หน้าได้ง่าย
• การแต่งตัว หากใส่เสื้อผ้ารับแสงก็เป็นได้ง่าย
• ผู้ที่ต้องทำงานกลางแสงแดด
ปัจจัยที่ป้องกันได้ คือ การทาครีมกันแสงหรือการหลีกเลี่ยงแสงแดดและการงดการสูบบุหรี่
• อายุ เมื่ออายุมากเซลล์จะแบ่งตัวน้อยลง จำนวนเซลล์ในชั้นหนังแท้ลดลง เซลล์ไขมันและเซลล์ที่สร้าง elastin collagen ลดลง
• ผู้ที่สูบบุหรี่จะเป็นตีนกาได้ง่าย
• ผู้ที่มีผิวขาวตาสีฟ้า
• กรรมพันธุ์
• ทรงผมผู้ที่มีทรงผมเปิดรับแดดจะเกิดรอยย่นที่หน้าได้ง่าย
• การแต่งตัว หากใส่เสื้อผ้ารับแสงก็เป็นได้ง่าย
• ผู้ที่ต้องทำงานกลางแสงแดด
ปัจจัยที่ป้องกันได้ คือ การทาครีมกันแสงหรือการหลีกเลี่ยงแสงแดดและการงดการสูบบุหรี่
การรักษา
การใช้ยาทา
• Vitamin A Acid เป็นยาทาที่นิยมใช้มากที่สุดและได้ผลดีที่สุดโดยเฉพาะผิวหนังที่เริ่มแสดงถึงความชรา เช่น ผิวตกกระ ผิวย่น เริ่มแรกจะมีการระคายผิวหลังจากนั้นจะเริ่มดีขึ้น
• Alpha-hydroxy acids หรือที่เรียกว่า AHA เป็นกรดอ่อนที่ได้จากผลไม้ยาทาชนิดนี้ค่อยข้างจะปลอดภัย
• Antioxidants เป็นครีมที่มีส่วนผสมของสารต้านอนุมูลอิสระเช่นวิตามิน เอ อี ซี ยาทานี้มีผลป้องกันมากกว่าการรักษา
• Ordinary moisturizers เป็นครีมที่ให้ความชุ่มชื้นแกผิวหนังทำให้รอยย่นไม่เด่นชัด
• การฉีดสารเข้าใต้ผิวหนัง เช่น botox collagen fat
การใช้ยาทา
• Vitamin A Acid เป็นยาทาที่นิยมใช้มากที่สุดและได้ผลดีที่สุดโดยเฉพาะผิวหนังที่เริ่มแสดงถึงความชรา เช่น ผิวตกกระ ผิวย่น เริ่มแรกจะมีการระคายผิวหลังจากนั้นจะเริ่มดีขึ้น
• Alpha-hydroxy acids หรือที่เรียกว่า AHA เป็นกรดอ่อนที่ได้จากผลไม้ยาทาชนิดนี้ค่อยข้างจะปลอดภัย
• Antioxidants เป็นครีมที่มีส่วนผสมของสารต้านอนุมูลอิสระเช่นวิตามิน เอ อี ซี ยาทานี้มีผลป้องกันมากกว่าการรักษา
• Ordinary moisturizers เป็นครีมที่ให้ความชุ่มชื้นแกผิวหนังทำให้รอยย่นไม่เด่นชัด
• การฉีดสารเข้าใต้ผิวหนัง เช่น botox collagen fat
การใช้การเสริมสวย
• การลอกหน้าหรือการทำ baby face โดยใช้สาร Gycolic acid peels ใช้ลอกหน้ากรณีที่เป็นรอยย่นชนิดตื้นๆ
• การลอกหน้ารอยย่นชนิดลึกโดยใช้ salicylic acid และ trichloroacetic acid ใช้ได้ดีกับรอยย่นชนิดตื้น หากใช้กับรอยย่นยิ่งลึกก็ยิ่งเกิดโรคแทรกซ้อนมากขึ้น เมื่อลอกเซลล์เก่าไปก็เกิดเซลล์ใหม่ขึ้น เซลล์ที่เกิดใหม่จะไวต่อแสงมากดังนั้นต้องทาครีมกันแสง
• การขัดหน้า Dermabration โดยใช้เครื่องมือที่มีผิวหยาบเหมือนกระดาษทรายขัดหน้า จะต้องวางยาสลบให้กับผู้ป่วย ผลข้างเขียงอาจจะทำให้เกิดแผลเป็น
• การใช้ Laser ในการขัดผิวได้ผลดีเหมือนการขัดด้วยกระดาษทราย ไม่ต้องวางยาสลบเพียงฉีดหรือทายาชาร่วมกับยานอนหลับ
• การทำศัลยกรรมตกแต่ง เช่นการดึงหน้า เป็นต้น
• การฉีดสาร Botox เพื่อให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นอ่อนแรงรอยย่นจึงหายไป
• การฉีดสารสังเคราะห์เข้าไปบริเวณตีนกาได้แก่สาร collagen Artecol hyaluronic acid Restylaneเข้าบริเวณรอยย่น
• การลอกหน้าหรือการทำ baby face โดยใช้สาร Gycolic acid peels ใช้ลอกหน้ากรณีที่เป็นรอยย่นชนิดตื้นๆ
• การลอกหน้ารอยย่นชนิดลึกโดยใช้ salicylic acid และ trichloroacetic acid ใช้ได้ดีกับรอยย่นชนิดตื้น หากใช้กับรอยย่นยิ่งลึกก็ยิ่งเกิดโรคแทรกซ้อนมากขึ้น เมื่อลอกเซลล์เก่าไปก็เกิดเซลล์ใหม่ขึ้น เซลล์ที่เกิดใหม่จะไวต่อแสงมากดังนั้นต้องทาครีมกันแสง
• การขัดหน้า Dermabration โดยใช้เครื่องมือที่มีผิวหยาบเหมือนกระดาษทรายขัดหน้า จะต้องวางยาสลบให้กับผู้ป่วย ผลข้างเขียงอาจจะทำให้เกิดแผลเป็น
• การใช้ Laser ในการขัดผิวได้ผลดีเหมือนการขัดด้วยกระดาษทราย ไม่ต้องวางยาสลบเพียงฉีดหรือทายาชาร่วมกับยานอนหลับ
• การทำศัลยกรรมตกแต่ง เช่นการดึงหน้า เป็นต้น
• การฉีดสาร Botox เพื่อให้กล้ามเนื้อบริเวณนั้นอ่อนแรงรอยย่นจึงหายไป
• การฉีดสารสังเคราะห์เข้าไปบริเวณตีนกาได้แก่สาร collagen Artecol hyaluronic acid Restylaneเข้าบริเวณรอยย่น
การป้องกัน
• หลีกเลี่ยงแสงแดด
• การเลือกครีมกันแดด ห้ามใช้ในเด็กอายุน้อยกว่า 6 เดือน ในเด็กให้ใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 15 ผู้ใหญ่ที่ผิวขาวให้ใช้ SPF 20-30 บางท่านแนะนำให้ใช้ SPF 30 สำหรับใบหน้าและให้ใช้ครีม SPF 15 สำหรับตามตัวและควรทาก่อนออกแดด 15-30 นาทีและให้ทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง
• การดูแลผิวหนัง ให้ใช้สบู่อ่อนล้างหน้า ไม่ควรใช้สบู่ด่างและผสมน้ำหอม หลังจากล้างหน้าใช้ผ้านุ่มๆซับผิวหน้าและทาครีมให้ความชุ่มชื้นผิวหน้าใช้ชนิดที่ละลายน้ำ
• การดำเนินชีวิตตามภาวะสุขภาพดี เช่นการรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย
• หลีกเลี่ยงแสงแดด
• การเลือกครีมกันแดด ห้ามใช้ในเด็กอายุน้อยกว่า 6 เดือน ในเด็กให้ใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF 15 ผู้ใหญ่ที่ผิวขาวให้ใช้ SPF 20-30 บางท่านแนะนำให้ใช้ SPF 30 สำหรับใบหน้าและให้ใช้ครีม SPF 15 สำหรับตามตัวและควรทาก่อนออกแดด 15-30 นาทีและให้ทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง
• การดูแลผิวหนัง ให้ใช้สบู่อ่อนล้างหน้า ไม่ควรใช้สบู่ด่างและผสมน้ำหอม หลังจากล้างหน้าใช้ผ้านุ่มๆซับผิวหน้าและทาครีมให้ความชุ่มชื้นผิวหน้าใช้ชนิดที่ละลายน้ำ
• การดำเนินชีวิตตามภาวะสุขภาพดี เช่นการรับประทานอาหาร การออกกำลังกาย
เคล็ดลับในการดูแลผิว ก่อนนอน

เคล็ดลับในการดูแลผิว ก่อนนอน
อาจเป็นสิ่งสุดท้ายที่คุณคิดจะทำก่อนเข้านอน หากแต่การเช็ดขจัดคราบเครื่องสำอางออกจากใบหน้าเป็นสิ่งจำเป็นในการดูแลรักษาผิวพรรณให้คงความงามเนิ่นนาน
การทำความสะอาดผิวและเช็ดคราบเครื่องสำอางให้หมดจดเป็นสิ่งสำคัญพื้นฐานของการมีผิวสวยใสสุขภาพดี อีกทั้งยังสำคัญต่อสุขภาพร่างกายแม้จะใช้เวลาค่อนข้างนาน แต่ก็สามารถผนวกเข้ากับกิจวัตรประจำวันของคุณได้อย่างไม่ยากเย็น เพื่อผลลัพธ์มหาศาลในแง่สุขภาพและความงาม
การเช็ดผิวด้วยผ้าหรือกระดาษชำระไม่เพียงแต่เป็นวิธีที่ไม่ถูกต้อง ยังสามารถทำให้รูขุมขนอุดดัน อักเสบจนกลายเป็นสิว แต่ควรเช็ดคราบเครื่องสำอางบริเวณรอบดวงตา เพราะมิฉะนั้นอาจนำไปสู่การติดเชื้อได้ และคุณจะได้นอนหลับฝันหวานไปพร้อมกับใบหน้าที่ใสสะอาด
เคล็ดลับในการดูแลผิวก่อนศีรษะถึงหมอนอย่างถูกวิธี
-รวบผมไว้ด้านหลังอย่าให้รกปกคลุมตามใบหน้า
-ผสมน้ำกับเคลนเซอร์ชนิดละลายน้ำให้เกิดฟองนุ่มนวล ลูบไล้ทั่วใบหน้าเพื่อชำระล้างคราบเมคอัพที่เกาะติดตามผิว หลีกเลี่ยงบริเวณบอบบาง เช่น รอบๆ ดวงตาที่ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ
-ถ้าใช้มาสคาร่าแบบกันน้ำ การใช้แผ่นสำลีอนามัยชุบโลชั่นเช็ดคราบเครื่องสำอางรอบดวงตาโดยเฉพาะ จะช่วยทำความสะอาดได้อย่างหมดจด
-เลือกเคลนเซอร์ที่เหมาะกับประเภทของผิวตัวเอง มีผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้าอยู่มากมายในท้องตลาดที่ผลิตขึ้นมาสำหรับผิวแห้ง ผิวธรรมดา ผิวมัน ฯลฯ
-ถ้าในแต่ละวันลงเมคอัพค่อนข้างเยอะ เป็นต้นว่ารองพื้น อาจต้องการแผ่นสำลีหรือกระดาษเช็ดหน้าช่วยในการทำความสะอาด สำหรับผิวบอบบางระคายเคืองง่าย ควรหลีกเลี่ยงผ้าหรือกระดาษเช็ดหน้าเนื้อหยาบ อย่าลืมใช้ปลายนิ้วเกลี่ยเคลนเซอร์ให้ซึมซาบทั่วใบหน้าเสียก่อน แล้วค่อยใช้แผ่นสำลีหรือกระดาษเช็ดทำความสะอาด
-ล้างผิวด้วยน้ำอุ่นนิดๆ น้ำร้อนจัดหรือเย็นจัดจะทำให้ผิวอักเสบได้
-ล้างเคลนเซอร์ด้วยน้ำสะอาดให้เกลี้ยงเกลาหมดจด คราบเคลนเซอร์ที่ตกค้างบนผิวอาจทำให้ผิวระคายเคืองลุกลามได้
-ใช้ผ้าขนหนูเนื้อนุ่มซับน้ำที่ใบหน้าจนแห้ง ตามด้วยทามอยส์เจอไรเซอร์บำรุงผิวยามค่ำคืน แล้วทาทับด้วยครีมลดเลือนริ้วรอย
ปัญหาผิวต่างๆ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ยากเย็นเกินความพยายาม หากแต่ผลลัพธ์ที่ได้คุ้มค่ามหาศาลผิวของคุณจะไม่ได้รับการกระทบกระเทือนจนมีริ้วรอยจากการทำความสะอาด ควรดูแลผิวอย่างระมัดระวังเพื่อคงความอ่อนเยาว์ของผิวไว้ตราบนานเท่านาน ระลึกไว้เสมอว่า อย่าขัดผิวหรือสักแต่ว่ารีบล้างหน้าให้เสร็จๆ ไป ก่อนนอนหากแต่ควรล้างอย่างทะนุถนอมเบามือและหมดจด เพื่อผิวที่เปล่งปลั่งไร้ริ้วรอยในทุกๆ เข้า
การดูแลเล็บให้สวยงาม

มารู้จักอุปกรณ์พื้นฐานในการตกแต่งเล็บสวยๆ กันดีกว่า.....
1.ยาทาเล็บ จำไว้นะว่ายาทาเล็บที่ดีควรมีส่วนผสมหลักเป็นน้ำมันเพราะเวลาทาลงไปบนเล็บแล้วเนี่ยสีจะมันวาวและติดทนนาน
2.น้ำยาล้างเล็บ สาวๆ อย่างเราควรเลือกซื้อนำยาล้างเล็บที่มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์นะจ๊ะ เพราะจะช่วยรักษาความชุ่มชื่นให้กับผิวหนังและเล็บได้3.base coat ชื่อนี้อาจจะไม่คุ้นหูแต่มันคือยาทาเล็บที่ใช้ทารองพื้นก่อนการทาสีเล็บจริง แถมยังช่วยรักษาหน้าเล็บไม่ให้เสียอีกด้วยนะ
4.top coat ตัวนี้เขาใช้เคลือบเล็บหลังจากที่ยาทาเล็บแห้งแล้ว ช่วยให้เล็บมีประกายมันวาว รวมทั้งป้องกันรอยขีดข่วนจากการทำกิจกรรมต่างๆ
5.ที่ตะไบเล็บ ช่วยให้เราตกแต่งปลายเล็บให้สั้นลงและได้รูปตามที่ต้องการ
ขั้นตอนการดูแลเล็บ
ขั้นตอนการดูแลเล็บ
1.ขั้นตอนแรกเราควรล้างมือและเล็บด้วยน้ำสบู่อุ้นๆ แล้วใช้แปรงขนนุ่มขัดตามซอกเบาๆจากนั้นล้างออกด้วยน้ำสะอาดทาครีมหรือโลชั่นสำหรับบำรุงผิวมือและเล็บโดยเฉพาะ
2.การตัดเล็บมือที่ถูกต้องควรตัดให้มีความโค้งมน ไปตามนิ้วมือ ไม่ควรตัดสั้นจนชิดเนื้อ มากเกินไปและไม่ควรใช้วัสดุใดๆ แงะงัดขอบเล็บ จมูกเล็บ เพราะอาจเกิดบาดแผลและการอักเสบได้
3.เวลาที่เหมาะสมที่สุดในการตัดเล็บคือ หลังจากอาบน้ำหรือล้างจาน เพราะเล็บจะมีความอ่อนนุ่มทำให้ง่ายต่อการตัดแต่ง
4.การตะไบเล็บให้สวย ถ้าหากใช้ ตะไบเล็บ ที่ทำจากเหล็กควรตะไบไปในทิศทางเดียวกัน ไม่ควรถูกลับไปกลับมา เพราะจะทำให้เล็บเป็นเสี้ยนคมหรือฉีก แต่ถ้าใช้ตะไบเล็บที่ทำจากเซรามิคสามารถตะไบสวนทางกันได้ นอกจากนี้การตะไปเล็บควรตะไบจากขอบเล็บเข้าหาปลายเล็บเสมอ
5.สีที่ใช้ในการทาเล็บ ควรเป็นสีทาเล็บที่มีคุณภาพและช่วยถนอมเล็บด้วย ควรหลีกเลี่ยงผลิต ภัณฑ์ทาเล็บชนิดแห้งเร็วที่มีส่วนผสมของอะโซติน เพราะจะดึงความชุ่มชืนไปจากเล็บของเราทำให้เล็บแห้งและลอกหลุดได้ง่าย
6.ก่อนทาเล็บทุกครั้ง ควรใช้ base coat ทาก่อนที่จะลงสี เพราะจะช่วยไม่ให้เล็บเสีย ความชุ่มชื่นและลดการสัมผัสกับสีทาเล็บโดยตรง ซึ่งอาจทำให้เล็บเหลืองได้ง่าย หลังจากนั้น เคลือบทับด้วย top coat ก็จะช่วยให้สีทาเล็บติดทานานยิ่งขึ้น
10 วิธีการดูแลมือ เท้า หลังจากที่ทำงานหนักมาตลอดทั้งวัน และเล็บ ที่ไม่ค่อยได้หายใจเมื่อคุณแต่งแต้มสีสันลงไป
เริ่มต้น เราต้องทำความสะอาดมือ เท้า และเล็บ เสียก่อน โดยการใช้แปรงขนนุ่ม กับสบู่อ่อน ๆ ถูเบา ๆ บริเวณมือ เท้า และเล็บ อย่าลืมที่จะถูใต้เล็บด้วยละ เพราะบริเวณดังกล่าวเป็นบริเวณที่มีเชื้อโรคเข้าไปสะสมอยุ่มากที่สุด หลังจากนั้นก็ล้างออกด้วยน้ำอุ่น
2. ควรตัดเล็บมือเป็นประจำ สัปดาห์ละครั้ง ส่วนเล็บเท้า 2-3 สัปดาห์ต่อครั้ง ไม่ควรตัดเล็บจนชิดบริเวณผิวหนังส่วนปลายนิ้วเกินไปเพราะนอกจากจะเสี่ยงต่อการเป็นแผลแล้วยังทำให้พื้นที่หน้าเล็บสั้นลงได้ และถ้าตัดชิดขอบลึกลงไปเรื่อยๆ จะดูเหมือนเล็บของคนที่ชอบกัดเล็บซึ่งไม่สวยงาม สำหรับเล็บเท้าควรตัดในแนวตรงเป็นทรงเหลี่ยม ไม่ควรตัดเล็บลงซอกข้างเล็บมากเกินไปเพราะอาจทำให้เกิดเล็บขบได้
3. รับประทานที่มีประโยชน์ตามหลักโภชนาการ เพราะเล็บก็เป็นส่วนหนึ่งของร่างกายที่ต้องการสารอาหารเพื่อการเจริญเติบโตเหมือนกัน ส่วนสารอาหารที่เล็บต้องการ เช่น โปรตีน วิตามินเอ ซี และอี รวมถึงแร่ธาตุสังกะสีที่มีอยู่ในอาหารทะเลและเมล็ดธัญพืช
4. นอกจากสารอาหารแล้ว การทาโลชั่นบำรุงผิวเป็นประจำทุกวัน ยังช่วยป้องกันผิวมือไม่ให้หยาบกระด้าง โดยเฉพาะหลังจากที่มือต้องสัมผัสกับสารเคมีต่าง ๆ เช่น ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน อีกวิธีหนึ่งที่เป็นการป้องกันก็คือ ในช่วงที่ต้องสัมผัสกับสารเคมีต่าง ๆ ก็ให้สวมถุงมือทุกครั้ง
5. นวดนิ้วมือและเท้าด้วยครีมบำรุงหรือน้ำมันบำรุงผิว ประมาณ 3-5 นาที เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตบริเวณมือและเท้า ควรนวดบริเวณปลายนิ้วและเล็บด้วยเพื่อกระตุ้นการทำงานของต่อมสร้างเล็บที่อยู่บริเวณโคนเล็บ ถ้าไม่สะดวกระหว่างวันสามารถทำได้ในช่วงก่อนเข้านอนแล้วสวมถุงมือผ้าและถุงเท้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการซึมซาบสู่ใต้ผิวของน้ำมันหรือครีมบำรุง หรือจะใช้สครับสำหรับนวดเท้า เพื่อการไหลเวียนโลหิตที่ดีขึ้น ซึงปัจจุบัน สครับสำหรับมือและเท้าก็หาซื้อได้ง่าย และสามารถทำได้เองที่บ้าน เสียเวลาไม่นาน แต่รับรองว่าสบายผิวแน่นอน
6. เนื่องจากธรรมชาติสร้างเล็บให้ออกมาในรูปแบบของแผ่นโปรตีนชนิดแข็ง และให้ทำหน้าที่ปกป้องปลายประสาทที่มีอยู่มากบริเวณปลายสุดของร่างกายไม่ให้ได้รับความกระทบกระเทือน อีกทั้งยังทำหน้าที่ช่วยในการหยิบจับ และแกะเกา ส่วนหน้าที่งัดแงะของแข็ง หรือว่าใช้เป็นไขควงในการหมุนนั่นหมุนนี่ ผิดวัตถุประสงคืนะคะ อาจจะทำให้เล็บฉีกได้"
7. สำหรับสาว ๆ ที่ชอบทาเล็บเป็นชีวิตจิตใจ เรียกว่าไม่ยอมให้เล็บได้หายใจเลยแล้วละก็ ฟังทางนี้ ควรทาน้ำยารองพื้นเล็บก่อนทาสี เพื่อป้องกันการเกิดสีที่ไม่พึงประสงค์หลังจากการทาเล็บได้ระยะหนึ่ง และควรทาน้ำยาเคลือบเงาเล็บเพื่อความวาวและติดทนนาน แต่ไม่ควรทาเล็บสีเข้มติดต่อกันนานๆ ควรสลับสีอ่อนบ้าง และควรหยุดพักการทาเล็บเมื่อเห็นว่าสภาพเล็บดูแห้งหรือเกิดสีผิดปกติ
8. ในการเลือกซื้อน้ำยาทาเล็บ ควรคำนึงถึงการเลือกสีให้เหมาะสม ทั้งกับสีผิว โอกาสที่ใช้ สีเสื้อผ้า เครื่องสำอางและบุคลิกของตัวเอง
9. ควรศึกษาอ่านฉลากของผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้ เช่น วันหมดอายุ หรือสังเกตสภาพของผลิตภัณฑ์ว่ายังมีคุณภาพดีหรือไม่ โดยทั่วไปอายุของเครื่องสำอางเล็บอยู่ที่ประมาณ 3 ปี หรือดูจากลักษณะการแยกตัวของสีหากหมดอายุแล้วไม่ควรใช้เด็ดขาด
10. ในส่วนของเท้าก็ต้องการการดูแลเช่นกัน การเลือกรองเท้าให้เหมาะกับรูปร่างเท้าของเราก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยรักษาเท้าให้มีสุขภาพดี ซึ่งในการเลือกซื้อรองเท้านั้น เราควรเลือกรองเท้าที่สวมใส่พอดี ไม่คับ หรือหลวมจนเกินไป เพราะการเสียดสีในขณะที่เดินนานๆ จะทำให้ผิวเท้าเกิดหนังที่แข็งด้าน และการใส่รองเท้าที่คับเกินไปบริเวณปลายเท้าอาจเป็นสาเหตุให้เกิดเล็บขบ เวลาที่เหมาะสมในการเลือกซื้อรองเท้าคือช่วงกลางวันที่เท้าได้เดินจนขยายตัวแล้ว และหลังจากที่ใส่รองเท้าส้นสูงมาตลอดทั้งวัน หลังเลิกงาน ลองแช่เท้าในน้ำอุ่นสัก 10-15 นาที จะช่วยผ่อนคลายอาการเมื่อล้าที่เท้าได้ค่ะ
และนี่ก็คือ 10 วิธีการดูแลมือ เท้า และเล็บของคุณ ให้ดูมีสุขภาพดีอยู่ตลอดเวลา...
10 วิธีการดูแลมือ เท้า หลังจากที่ทำงานหนักมาตลอดทั้งวัน และเล็บ ที่ไม่ค่อยได้หายใจเมื่อคุณแต่งแต้มสีสันลงไป
เริ่มต้น เราต้องทำความสะอาดมือ เท้า และเล็บ เสียก่อน โดยการใช้แปรงขนนุ่ม กับสบู่อ่อน ๆ ถูเบา ๆ บริเวณมือ เท้า และเล็บ อย่าลืมที่จะถูใต้เล็บด้วยละ เพราะบริเวณดังกล่าวเป็นบริเวณที่มีเชื้อโรคเข้าไปสะสมอยุ่มากที่สุด หลังจากนั้นก็ล้างออกด้วยน้ำอุ่น
2. ควรตัดเล็บมือเป็นประจำ สัปดาห์ละครั้ง ส่วนเล็บเท้า 2-3 สัปดาห์ต่อครั้ง ไม่ควรตัดเล็บจนชิดบริเวณผิวหนังส่วนปลายนิ้วเกินไปเพราะนอกจากจะเสี่ยงต่อการเป็นแผลแล้วยังทำให้พื้นที่หน้าเล็บสั้นลงได้ และถ้าตัดชิดขอบลึกลงไปเรื่อยๆ จะดูเหมือนเล็บของคนที่ชอบกัดเล็บซึ่งไม่สวยงาม สำหรับเล็บเท้าควรตัดในแนวตรงเป็นทรงเหลี่ยม ไม่ควรตัดเล็บลงซอกข้างเล็บมากเกินไปเพราะอาจทำให้เกิดเล็บขบได้
3. รับประทานที่มีประโยชน์ตามหลักโภชนาการ เพราะเล็บก็เป็นส่วนหนึ่งของร่างกายที่ต้องการสารอาหารเพื่อการเจริญเติบโตเหมือนกัน ส่วนสารอาหารที่เล็บต้องการ เช่น โปรตีน วิตามินเอ ซี และอี รวมถึงแร่ธาตุสังกะสีที่มีอยู่ในอาหารทะเลและเมล็ดธัญพืช
4. นอกจากสารอาหารแล้ว การทาโลชั่นบำรุงผิวเป็นประจำทุกวัน ยังช่วยป้องกันผิวมือไม่ให้หยาบกระด้าง โดยเฉพาะหลังจากที่มือต้องสัมผัสกับสารเคมีต่าง ๆ เช่น ผงซักฟอก น้ำยาล้างจาน อีกวิธีหนึ่งที่เป็นการป้องกันก็คือ ในช่วงที่ต้องสัมผัสกับสารเคมีต่าง ๆ ก็ให้สวมถุงมือทุกครั้ง
5. นวดนิ้วมือและเท้าด้วยครีมบำรุงหรือน้ำมันบำรุงผิว ประมาณ 3-5 นาที เพื่อกระตุ้นการไหลเวียนโลหิตบริเวณมือและเท้า ควรนวดบริเวณปลายนิ้วและเล็บด้วยเพื่อกระตุ้นการทำงานของต่อมสร้างเล็บที่อยู่บริเวณโคนเล็บ ถ้าไม่สะดวกระหว่างวันสามารถทำได้ในช่วงก่อนเข้านอนแล้วสวมถุงมือผ้าและถุงเท้าเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการซึมซาบสู่ใต้ผิวของน้ำมันหรือครีมบำรุง หรือจะใช้สครับสำหรับนวดเท้า เพื่อการไหลเวียนโลหิตที่ดีขึ้น ซึงปัจจุบัน สครับสำหรับมือและเท้าก็หาซื้อได้ง่าย และสามารถทำได้เองที่บ้าน เสียเวลาไม่นาน แต่รับรองว่าสบายผิวแน่นอน
6. เนื่องจากธรรมชาติสร้างเล็บให้ออกมาในรูปแบบของแผ่นโปรตีนชนิดแข็ง และให้ทำหน้าที่ปกป้องปลายประสาทที่มีอยู่มากบริเวณปลายสุดของร่างกายไม่ให้ได้รับความกระทบกระเทือน อีกทั้งยังทำหน้าที่ช่วยในการหยิบจับ และแกะเกา ส่วนหน้าที่งัดแงะของแข็ง หรือว่าใช้เป็นไขควงในการหมุนนั่นหมุนนี่ ผิดวัตถุประสงคืนะคะ อาจจะทำให้เล็บฉีกได้"
7. สำหรับสาว ๆ ที่ชอบทาเล็บเป็นชีวิตจิตใจ เรียกว่าไม่ยอมให้เล็บได้หายใจเลยแล้วละก็ ฟังทางนี้ ควรทาน้ำยารองพื้นเล็บก่อนทาสี เพื่อป้องกันการเกิดสีที่ไม่พึงประสงค์หลังจากการทาเล็บได้ระยะหนึ่ง และควรทาน้ำยาเคลือบเงาเล็บเพื่อความวาวและติดทนนาน แต่ไม่ควรทาเล็บสีเข้มติดต่อกันนานๆ ควรสลับสีอ่อนบ้าง และควรหยุดพักการทาเล็บเมื่อเห็นว่าสภาพเล็บดูแห้งหรือเกิดสีผิดปกติ
8. ในการเลือกซื้อน้ำยาทาเล็บ ควรคำนึงถึงการเลือกสีให้เหมาะสม ทั้งกับสีผิว โอกาสที่ใช้ สีเสื้อผ้า เครื่องสำอางและบุคลิกของตัวเอง
9. ควรศึกษาอ่านฉลากของผลิตภัณฑ์ที่เลือกใช้ เช่น วันหมดอายุ หรือสังเกตสภาพของผลิตภัณฑ์ว่ายังมีคุณภาพดีหรือไม่ โดยทั่วไปอายุของเครื่องสำอางเล็บอยู่ที่ประมาณ 3 ปี หรือดูจากลักษณะการแยกตัวของสีหากหมดอายุแล้วไม่ควรใช้เด็ดขาด
10. ในส่วนของเท้าก็ต้องการการดูแลเช่นกัน การเลือกรองเท้าให้เหมาะกับรูปร่างเท้าของเราก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยรักษาเท้าให้มีสุขภาพดี ซึ่งในการเลือกซื้อรองเท้านั้น เราควรเลือกรองเท้าที่สวมใส่พอดี ไม่คับ หรือหลวมจนเกินไป เพราะการเสียดสีในขณะที่เดินนานๆ จะทำให้ผิวเท้าเกิดหนังที่แข็งด้าน และการใส่รองเท้าที่คับเกินไปบริเวณปลายเท้าอาจเป็นสาเหตุให้เกิดเล็บขบ เวลาที่เหมาะสมในการเลือกซื้อรองเท้าคือช่วงกลางวันที่เท้าได้เดินจนขยายตัวแล้ว และหลังจากที่ใส่รองเท้าส้นสูงมาตลอดทั้งวัน หลังเลิกงาน ลองแช่เท้าในน้ำอุ่นสัก 10-15 นาที จะช่วยผ่อนคลายอาการเมื่อล้าที่เท้าได้ค่ะ
และนี่ก็คือ 10 วิธีการดูแลมือ เท้า และเล็บของคุณ ให้ดูมีสุขภาพดีอยู่ตลอดเวลา...
การดูแลเล็บ

✿-การดูแลเล็บมือ 1-✿
~หากใครเป็นคนนึงที่มีเล็บมืออ่อนแอฉีกขาดง่ายและบางคนก็พาลคิดไปว่าหากเราทาเล็บบ่อยๆน้ำยาที่ทานั้นก็จะช่วยให้เล็บเราแข็งแรงขึ้นบางทีก็อาจเป็นวิธีการคิดที่ผิดนะเพราะการทาเล็บบ่อยๆมันจะทำให้เล็บเราเหลืองไม่น่าดูเลย และพอมันเหลืองแล้วเราก็ไม่กล้าอวดเล็บมือให้ใครต่อใครดูจึงจำใจต้องทาเล็บต่อไป นั่นเป็นสิ่งที่ผิดมากๆเพราะจริงๆแล้วเราควรพักเล็บมือจากการทาเล็บบ้างเพื่อให้เล็บมือของเราได้มีโอกาสพักหายใจหายคอบ้างไงคะ วันนี้ aikine มีเคล็ดลับดีๆเกี่ยวกับการทาเล็บอย่างไรไม่ให้เหลือง แต่ทว่าหากมันเหลืองไปแล้วเราจะทำงัยดีหล่ะ แน่นอนค่ะว่า aikine ก็มีวิธีการแก้ไขเล็บที่เหลืองมาให้กันด้วยค่ะ
การทาสีเล็บคุณผู้หญิงควรทาสีเข้มและอ่อนสลับกันไปนะคะ และควรหยุดพักการทาสีเล็บเป็นระยะๆโดยอาจเปลี่ยนไปทำทรีตเม้นต์เล็บด้วยการทา nail strengthener แทนบ้างและนวดบำรุงด้วยคิวติเคิลออย ทั้งนี้เพราะในกรณีที่สีทาเล็บไม่ได้มาตรฐาน เม็ดสีแดงในสีทาเล็บอาจเข้าไปฝังอยู่ในรูพรุนบนผิวเล็บทำให้เล็บเหลืองได้นั่นก็เพราะว่าบางทีเพื่อนๆก็ซื้อยาทาเล็บที่อาจมีราคาถูกเกินไปซึ่งจะมีกลิ่นเหม็นของสารเคมีอยู่ไม่เชื่อก็ลองดมดูเชื่อว่าหลายคนคงต้องร้องว่ายี้เหม็นจัง นั่นแหละค่ะที่ทำให้เล็บมือที่สวยๆของเราต้องมาไม่น่าดูเพราะว่าเล็บเหลืองแถมยังไม่กล้าโชว์นิ้วมืองามๆให้คุณผู้ชายทั้งหลายดูอีกด้วย แต่ไม่เป็นไรค่ะหากว่าเล็บมันเหลืองไปแล้ว aikine ก็ยังมีวิธีการแก้ไขเล็บไม่ให้เหลืองด้วยค่า
~หากใครเป็นคนนึงที่มีเล็บมืออ่อนแอฉีกขาดง่ายและบางคนก็พาลคิดไปว่าหากเราทาเล็บบ่อยๆน้ำยาที่ทานั้นก็จะช่วยให้เล็บเราแข็งแรงขึ้นบางทีก็อาจเป็นวิธีการคิดที่ผิดนะเพราะการทาเล็บบ่อยๆมันจะทำให้เล็บเราเหลืองไม่น่าดูเลย และพอมันเหลืองแล้วเราก็ไม่กล้าอวดเล็บมือให้ใครต่อใครดูจึงจำใจต้องทาเล็บต่อไป นั่นเป็นสิ่งที่ผิดมากๆเพราะจริงๆแล้วเราควรพักเล็บมือจากการทาเล็บบ้างเพื่อให้เล็บมือของเราได้มีโอกาสพักหายใจหายคอบ้างไงคะ วันนี้ aikine มีเคล็ดลับดีๆเกี่ยวกับการทาเล็บอย่างไรไม่ให้เหลือง แต่ทว่าหากมันเหลืองไปแล้วเราจะทำงัยดีหล่ะ แน่นอนค่ะว่า aikine ก็มีวิธีการแก้ไขเล็บที่เหลืองมาให้กันด้วยค่ะ
การทาสีเล็บคุณผู้หญิงควรทาสีเข้มและอ่อนสลับกันไปนะคะ และควรหยุดพักการทาสีเล็บเป็นระยะๆโดยอาจเปลี่ยนไปทำทรีตเม้นต์เล็บด้วยการทา nail strengthener แทนบ้างและนวดบำรุงด้วยคิวติเคิลออย ทั้งนี้เพราะในกรณีที่สีทาเล็บไม่ได้มาตรฐาน เม็ดสีแดงในสีทาเล็บอาจเข้าไปฝังอยู่ในรูพรุนบนผิวเล็บทำให้เล็บเหลืองได้นั่นก็เพราะว่าบางทีเพื่อนๆก็ซื้อยาทาเล็บที่อาจมีราคาถูกเกินไปซึ่งจะมีกลิ่นเหม็นของสารเคมีอยู่ไม่เชื่อก็ลองดมดูเชื่อว่าหลายคนคงต้องร้องว่ายี้เหม็นจัง นั่นแหละค่ะที่ทำให้เล็บมือที่สวยๆของเราต้องมาไม่น่าดูเพราะว่าเล็บเหลืองแถมยังไม่กล้าโชว์นิ้วมืองามๆให้คุณผู้ชายทั้งหลายดูอีกด้วย แต่ไม่เป็นไรค่ะหากว่าเล็บมันเหลืองไปแล้ว aikine ก็ยังมีวิธีการแก้ไขเล็บไม่ให้เหลืองด้วยค่า
วิธีแก้ไขเล็บเหลืองหากว่าเล็บเหลืองเพื่อนๆก็ลองใช้น้ำมะนาว และเบบี้ออยหรือน้ำมันมะกอกผสมในอัตราส่วนเท่ากันแช่เล็บซัก 15 นาที แล้วล้างออกให้สะอาดและนวดบำรุงด้วยคิวติเคิลออยเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นบนเล็บและอาจขัดเล็บให้แวววาวด้วยตะไบหนังชามัวร์หรือตะไบขัดเงา แต่ก็ขัดเบาๆนะคะ เล็บสวยๆจะได้ไม่เยินซะก่อนแล้วเล็บของเราก็จะดูสะอาดมีสุขภาพและน่ามอง สามารถเอาไปอวดหนุ่มๆได้อย่างไม่ต้องอายใคร ...
วิธีรักษาสิวอักเสบ
++วิธีรักษาสิวอักเสบ++
วิธีรักษาสิวอักเสบ หรือสิวที่มัสีแดงอย่างที่บอก สิวเป็นเรื่องธรรมชาติ(ลงโทษ) แต่เมื่อเป็นสิวแล้ว ก็จะทำให้เรามีความมั่นใจน้อยลง โดยส่วนตัวของดิฉัน ค่อนข้างจะเป็นคนที่ไม่ค่อยรักษาความสะอาด จนใบหน้าเริ่มเป็นสิว เมื่อเป็นไปประมาณสักพักใหญ่ ก็ไม่มีทีท่าว่าจะหาย แต่กลับเป็นมากขึ้น จึงลองไปปรึกษาคุณหมอ แต่เนื่องด้วยดิฉันอายุยังน้อย และยาที่คุณหมอให้มานั้นแรงมาก และมีราคาแพง ดิฉันจึงเลิกใช้ และหันมาลองใช้เครื่องสำอางยี่ห้อดังๆที่รัษาสิว แต่ก็ไม่หายสักที จึงหันมาพึ่งสมุนไพรแทน และถ้าเพื่อนๆคนไหนเป็นสิวลองเอาไปใช้ดูนะคะ แต่ของอย่างนี้มันต้องใขช้เวลาค่ะ
1. ลองหาซื้อสบู่ล้างหน้า แต่ต้องเป็นสบู่สมุนไพรที่สกัดจากเปลือกมังคุดเท่านั้นนะคะ
2. ห้ามนอกดึกเด็ดขาด ควรเข้านอนก่อน 4 ทุ่มดีที่สุดค่ะ และตื่นหลัง 6 โมงเช้านะคะ
3. ห้ามใช้เครื่งสำอางที่แรงเกินไป หันมาใช้ครีมทาหน้าอ่อนๆ เช่น เภสัชก็ได้ค่ะ
4. ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ไม่ชอบอาบน้ำ ก็ขอให้ล้งหน้าทุกเช้าและก่อนเข้านอนก็พอค่ะ
5. เวลาที่คุณเข้านอนไม่ควรทาครีมใดๆ ควรล้างหน้า เช็ดให้แห้ง และเข้านอนทันทีค่ะ
6. เวลาที่ล้างหน้าไม่ควรถูแรงๆ เพราะอาจทำให้สิวเกิดการอักเสบและเป็นหนองเพิ่ม ขึ้นค่ะ
7. อย่าปล่อยให้หน้ามัน ควรใช้กระดาษซับหน้า แบบเบามือ
8. อย่าใช้ผ้าเช็ดหน้ากดทับบริเวณที่สิวอักเสบ
9. อย่าใช้มือแกะ เกาบริเวณที่เป็นสิว
10. อย่าเครียด หมันออกกำลังกายเป็นประจำทั้งหมดนี้เป็นวิธีที่ฉันใช้เป็นประจำ ได้ผลจริงๆค่ะ เพื่อนๆก็ลองนำไปใช้ดูนะคะ แต่อย่าลืมว่าผิวหน้าแต่ละคนไม่เหมือนกันค่ะ ทางที่ดีควรใช้ผลิตภัณท์ดูแลผิวติดต่อกัน ไม่ควนเปลี่ยยี้ห้อไปเรื่อยๆนะคะ
http://board.narak.com/fashion_and_beauty/topic.php?No=81041
วิธีรักษาสิวอักเสบ หรือสิวที่มัสีแดงอย่างที่บอก สิวเป็นเรื่องธรรมชาติ(ลงโทษ) แต่เมื่อเป็นสิวแล้ว ก็จะทำให้เรามีความมั่นใจน้อยลง โดยส่วนตัวของดิฉัน ค่อนข้างจะเป็นคนที่ไม่ค่อยรักษาความสะอาด จนใบหน้าเริ่มเป็นสิว เมื่อเป็นไปประมาณสักพักใหญ่ ก็ไม่มีทีท่าว่าจะหาย แต่กลับเป็นมากขึ้น จึงลองไปปรึกษาคุณหมอ แต่เนื่องด้วยดิฉันอายุยังน้อย และยาที่คุณหมอให้มานั้นแรงมาก และมีราคาแพง ดิฉันจึงเลิกใช้ และหันมาลองใช้เครื่องสำอางยี่ห้อดังๆที่รัษาสิว แต่ก็ไม่หายสักที จึงหันมาพึ่งสมุนไพรแทน และถ้าเพื่อนๆคนไหนเป็นสิวลองเอาไปใช้ดูนะคะ แต่ของอย่างนี้มันต้องใขช้เวลาค่ะ
1. ลองหาซื้อสบู่ล้างหน้า แต่ต้องเป็นสบู่สมุนไพรที่สกัดจากเปลือกมังคุดเท่านั้นนะคะ
2. ห้ามนอกดึกเด็ดขาด ควรเข้านอนก่อน 4 ทุ่มดีที่สุดค่ะ และตื่นหลัง 6 โมงเช้านะคะ
3. ห้ามใช้เครื่งสำอางที่แรงเกินไป หันมาใช้ครีมทาหน้าอ่อนๆ เช่น เภสัชก็ได้ค่ะ
4. ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ไม่ชอบอาบน้ำ ก็ขอให้ล้งหน้าทุกเช้าและก่อนเข้านอนก็พอค่ะ
5. เวลาที่คุณเข้านอนไม่ควรทาครีมใดๆ ควรล้างหน้า เช็ดให้แห้ง และเข้านอนทันทีค่ะ
6. เวลาที่ล้างหน้าไม่ควรถูแรงๆ เพราะอาจทำให้สิวเกิดการอักเสบและเป็นหนองเพิ่ม ขึ้นค่ะ
7. อย่าปล่อยให้หน้ามัน ควรใช้กระดาษซับหน้า แบบเบามือ
8. อย่าใช้ผ้าเช็ดหน้ากดทับบริเวณที่สิวอักเสบ
9. อย่าใช้มือแกะ เกาบริเวณที่เป็นสิว
10. อย่าเครียด หมันออกกำลังกายเป็นประจำทั้งหมดนี้เป็นวิธีที่ฉันใช้เป็นประจำ ได้ผลจริงๆค่ะ เพื่อนๆก็ลองนำไปใช้ดูนะคะ แต่อย่าลืมว่าผิวหน้าแต่ละคนไม่เหมือนกันค่ะ ทางที่ดีควรใช้ผลิตภัณท์ดูแลผิวติดต่อกัน ไม่ควนเปลี่ยยี้ห้อไปเรื่อยๆนะคะ
http://board.narak.com/fashion_and_beauty/topic.php?No=81041
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)


